ลิลิตดั้น
สดุดีบ้านบางระจัน

พระยาอุปกิตศิลปสาร (นิ่ม กาญจนาชีวะ)

ร่าย

     ศรีศรีสยามรัฐ ทัดทัดถิ่นสุรฐาน สราญราวสุรราษฎร์ โอภาสเพียงสุรภพ ลาภหลั่งลบสุรโลก ยศโยคเยี่ยงสุริยน เกียรติก่องกลสูรยกานต์ ชัยช่วงปานสูรยฉาย เดชกำจายสุรด้าว คุณอะคร้าวสุรเขต ตระการเนตรเนืองนิตย์ พิศภาคใดดำรู ชูจิตชื่นหื่นหาส พิศปราสาทเทียบสรวง กรุงหลวงเล่ห์ไกลาส พิศทวยราษฎร์รุ่งเรือง พิศหัวเมืองมั่งคั่ง พิศพนัสพรั่งพรูพฤกษ์ พิศดงดึกดื่นสัตว์ พิศชลมัจฉะชุก พิศสวนรุกข์รวยผล พิศภูวดลดาษแร่ พิศนาแผ่ธัญญชาติ พิศไร่กลาดพืชพรรณ เหลือจักจรรจาจบ ต่างเทศคบคั่งคับ รับสราญทั่วหน้า เกียรติเกริกหล้าสากล เดชจุมพลผ่านแผ้า ปกเกล้าสยามยืนยง คงอิสระเรืองคุณ หนุนศาสน์เลิศเชิดธรรม นำศานติสุขไสว สว่างเทศ สยามราษฎร์อะคร้าวครื้น ครึกผล


โคลง ๔

      เอกองค์อัครราชเจ้า จักรี วงศ์เอย
เป็นปิ่นสยามสากล ก่องหล้า
รามาธิบดี ที่หก
พระเกียรติเฟื่องฟุ้งฟ้า ฟ่องหาว
     ทรงธรรมทศพิธแผ้ว เพ็ญสรรพ์
เป็นพระประมุขชาว ราษฎร์เรื้อง
ทรงพระลักษณ์เลิศบรร- เจิดราช
ครองรัฐร่มเกล้าเปลื้อง ปลิดเข็ญ
     เฉกฉัตรสุรเชษฐ์กั้ง เกศนา- ครเฮย
รับพระการุณย์เพ็ญ เพียบกล้า
เจริญด้วยกิจวิชชา เชิดเกียรติ พระแล
รักชาติศาสน์เจ้าหล้า เล่ห์ชนม์
     สังเขปขานเกียรติไท้ ธรรมิศวร์ สยามแฮ
เพื่อสิริมงคล แด่ข้อย
ขอเชลงลักษณ์ลิลิต เฉลิมเกียรติ พระนา
แทนสักการน้อยน้อย นบสนอง


ร่าย

     จักจองพจนประพันธ์ สรรอุทาหรณ์หาญ ขานคุณชาวบ้านบางระจัน ผู้เพ็ญฉันท์ภักดิ์ชาติ ศาสน์กษัตริย์สุจริต กอบกิจช่วยชาติตน สู้ศึกจนวอดวาย ตายด้วยความกล้าหาญ ควรขานคุณสดุดี เป็นพลีโลมโศรตร ปรุงปราโมทย์มวลมิตร สายโลหิตแห่งสยาม งามคู่งามสยามรัฐ ทัดเทียมเครื่องประสาธน์ สวมสอด พาชาติผ่องแผ้วพ้อง พรรคสรวง


โคลง ๔

     แถลงการณ์กรุงม่านร้าย ราวี สยามแฮ
ยกพยุหทัพหลวง ล่วงล้ำ
เหยียบชานนครศรี อยุธ- ยาเฮย
สยามยุคชอกช้ำซ้ำ ศึกเสริม
     ทัพพม่าดาดาษท้อง ถิ่นสยาม
ยกกระหน่ำซ้ำเติม ต่อต้าน
ตีเมืองเล็กใหญ่ตาม ลำดับ มาแฮ
รวมทัพทุกด้านล้อม พระนคร

ร่าย

     ปางภูธรสยามรัฐ ฉัตรศรีอยุธยา บรมราชาที่สาม สยามราชร่มเกล้า คือพระเจ้าเอกทัศน์ ทรงจัดการกวดขัน เพื่อป้องกันพระนคร รวมราษฎรเข้าเวียง ขนเสบียงเข้ากรุง บำรุงพลรบพร้อม ประจำป้อมปราการ ส่งพลราญรุกร้น ปล้นค่ายคอยขัดขวาง วางปืนใหญ่แย้งยุทธ์ ข้าศึกสุดสามารถ ไป่อาจเข้าคลุกคลี ตีกรุงให้แตกพ่าย จึงตั้งค่ายรอบนคร คุมเชิงรอนราญรบ เที่ยวตีตลบลาดตระเวน เกณฑ์กองทัพเที่ยวปล้น ค้นทรัพย์สินเงินทอง จับเจ้าของบังคับ ให้นำจับต่อไป เข้าบ้านใครคร่าทรัพย์ จับลูกสาวหลานสาว ชาวสยามยามนั้น หมดที่กั้นที่กีด หมดจารีตรักษา มักพากันอพยพ หลบกายซุกซ่อนตัว ตามป่า คงอยู่แต่บ้านร้าง เรี่ยราย

ร่าย

     ยังมีชายชาวสยาม นามนายแท่นกับสหาย นายโชตินายเมืองนายอิน อยู่แดนดินสิงห์บุรี ณ บ้านศรีบัวทอง อีกสองชายชาวเขต เมืองวิเศษชัยชาญ นามขนานนายดอก บอกตำบลบ้านกรับ กับนายทองแก้ว, อยู่หมู่บ้านโพธิ์ทะเล หกนายเหหากัน พลันปรึกษาปรองดอง ปองแก้แค้นแทนชาติ ตกประดาษอาดูร ดาลเทวษ เหลือจักนั่งก้มหน้า นิ่งดู

โคลง

     สยามเจ้าสยามปกเกล้า ชาวสยาม เพรงเอย
ชูพักตร์ชูชาติชู ศาสน์พร้อม
งามเกียรติยศงาม ธรรมทศ- พิธแฮ
เป็นสุขทุกหน้าน้อม นบคุณ
     ยามนาศขาดจากเจ้า จำเข็ญ
พวกพม่าทารุณ รุทรร้าย
ข่มขี่คุกคามเป็น ป่าเถื่อน
ด้วยจิตโหดเหี้ยมคล้าย สัตว์ไพร

 

โคลง ๓

     ความเป็นไทยเคยถนอม ใครจักยอมยื่นให้
ส่ำศัตรูล้างได้ ดุจปอง
     ถิ่นเคยครองครื้นครึก ข้าศึกเหยียบย่ำเข้า
จักออกวิ่งทิ้งเหย้า อย่างไร
      ทรัพย์สินในสำนัก ขวักไขว่เข้าเก็บค้น
ใครจักให้เข้าปล้น เปล่าดาย
     ลูกสาวสายสุดรัก เคยฟูมฟักใฝ่เฝ้า
ใครจักยอมให้เย้า หยาบหยาม

 

ร่าย

     ปรึกษาความตกลง ปลงชีพให้แก่ชาติ เกลี้ยกล่อมราษฎร ซึ่งซอกซอนซัดเซ คะเนได้มากมาย ทำอุบายเข้าหา สวามิภักดิ์พวกไพรี นำวิถีชี้ตำบล คนมีลูกสาวมีทรัพย์ ถึงที่ลับล้อมฆ่า พม่าที่ตามไป บรรลัยหมดยี่สิบคน แล้วคุมพลหนีไป อาศัยบ้านบางระจัน ซึ่งเห็นกันว่าเหมาะ เพราะอยู่ห่างกลางดอน ตอนพรมแดนเมืองสุพรรณ ต่อกันกับสิงห์บุเรศ เมืองวิเศษชัยชาญ เสบียงอาหารพร้อมพรัก ชักชวนกันอาราธนา พระอาจารย์ธัมมโชต ผู้สันโดษเคร่งครัด จากวัดเขานางบวชสุพรรณ อัญเชิญมาวัดโพธิ์เก้าต้น คุ้มครองพ้นอันตราย แล้วเลือกชายเป็นหัวหน้า ห้าคนที่นับถือ คือขุนสรรค์พันเรืองกำนัน นายจันหนวดเขี้ยวแข็งแรง นายทองแสงใหญ่ใจเย็น นายทองเหม็นคนขยัน ช่วยกันตั้งค่ายล้อม โอบอ้อมบ้านบางระจัน ปันออกเป็นสองค่าย จ่ายอาวุธครบครัน สรรผู้ชายเป็นทหาร ได้ประมาณสี่ร้อยคน จัดพลคอยพิทักษ์ รักษาหน้าที่ด่านทาง วางกองสืบสอดแนมนำข่าว, เตรียมตรวจตราพร้อมถ้วน ทุกสถาน


โคลง ๔

     ฝ่ายพม่าซึ่งตั้ง พักพล
ที่วิเศษชัยชาญ ทราบเค้า
ว่าไทยฆ่าพวกตน ตายหมด
ยกพวกราวร้อยเต้า ติดตาม
     ฝ่ายไทยสืบเรื่องได้ โดยหมาย
เลือกคัดจัดพลยาม ยากไร้
ให้นายแท่นเป็นนาย นำพรรค พวกแฮ
คุมพวกสองร้อยให้ หักตี
     ยามม่านพักฝั่งใต้ คลองบาง ระจันเฮย
ยกประทะทันที ทั่วพร้อม
พวกม่านลั่นปืนผาง เพียงนัด เดียวแฮ
ไทยกระชั้นเข้าล้อม ไล่ฟัน
     ฆ่าม่านร่วมร้อยแหลก มลายหลาม
เหลือแต่นายขมีขมัน ควบม้า
หนีได้สักสองสาม คนเท่า นั้นเฮย
ศพดาษดื่นพื้นหล้า เลือดนอง
     สิทธิชัยเชิดบ้าน บางระจัน
ชำนะศึกสมปอง ป่าวฆ้อง
ปลุกจิตส่ำราษฎร์หัน หาญฮึก ขึ้นแฮ
ต่างอิ่มเอิบเอื้อนซ้อง สดุดี
     เหล่าราษฎร์ที่หลบเข้า เขตอรัญ
มาสมัครสมทบทวี มากเข้า
รวมคนประมาณพัน เพียบค่าย
ต่างควบคุมตั้งเค้า ทัพขันธ์
     อาจารย์ธัมมโชตผู้ ศักดิ์สิทธิ์
ปลอบปลุกมิ่งขวัญไทย ทั่วผู้
ลงประเจียดกะตุดพิศ- มรแจก จ่ายแฮ
ต่างเกิดความกล้ากู้ เกียรติสยาม
     อาหารอาวุธพร้อม เพรียงกัน
พร่องแต่ปืนมีตาม แต่ได้
ใช้อาวุธสั้นขัน แข่งขับ เคี่ยวแฮ
หาช่องเข้าใกล้จ้วง จู่ตี


ร่าย

     ผองไพรี ณ ค่ายเขต เมืองวิเศษชัยชาญ จึงรายงานแจ้งยุบล ซึ่งฝ่ายตนซวดเซ ต่อเนเมียวสีหบดี จอมโยธีอุตดรภาค อยู่ค่ายปากน้ำพระประสบ ขอพลรบเรืองแรง รณยุทธ์ตี ทัพไทยให้แพ้ พ่ายหนี


โคลง ๓

     เนเมียวสีหบดี เดิมทีนึกว่าน้อย
จึงส่งพลห้าร้อย รีบคลา
     งาจุนหวุ่นนำทัพ กลับถูกไทยไล่มล้าง
ตีแตกแยกย้ายคว้าง ไขว่หนี
     ทีหลังเยกินหวุ่น ยกรุ่นสองเพิ่มซ้ำ
ไทยกลับตีแพ้ช้ำ ชอกมา
     คราสามติงจาโบ ตำแหน่งโตกว่ากี้
ยกไพร่พลครั้งนี้ นับทวี
     ล้วนฝีมือเข้มแข็ง แต่กลับแพลงเพลี่ยงพล้ำ
ไทยประจญจ้วงจ้ำ แตกกระจาย
     นายทัพเห็นทวยหาญ แตกฉานมาทุกครั้ง
จัดทัพมิได้ยั้ง หยุดรอ
     สุรินทร์จอข้องรับ นำทัพพันเศษเต้า
เป็นสี่คราวก้าวเข้า แข่งรณ


ร่าย

     หนค่ายบ้านบางระจัน พลันทราบข่าวกองทัพ นับมากกว่าคราก่อน จึงผ่อนปรนปรึกษากัน สรรนายแท่นเป็นนายใหญ่ คุมไพร่เป็นกองกลาง ทางปีกขวานายทองเหม็น พันเรืองเป็นปีกซ้าย แยกย้ายพลเท่ากัน ปันเป็นกองละสองร้อย ต่างคนต่างคล้อยเคลื่อนทัพ รวมสรรพหกร้อยคน ล้วนพลถืออาวุธ ปืนคาบชุดคาบศิลา ชาวบ้านหามาให้ ทั้งแย่งได้จากไพรี นอกนั้นมีอาวุธสั้น ครั้นเดินทัพถึงที่ สะตือสี่ต้นโดยปอง ณ ริมคลองบางระจัน พลันเห็นพม่ามาตั้ง ยั้งอยู่ฟากฝั่งใต้ ให้ตั้งรับฟากเหนือ เนืองแน่น ต่างฝ่ายยิงโต้แย้ง ยุทธ์กัน


โคลง

     พม่าเห็นพวกข้าง ไทยมี น้อยเฮย
จึงระดมยิงขัน แข่งสู้
หวังให้ทัพไทยหนี แตกพ่าย ไปนา
แต่ฝ่ายไทยนั้นรู้ ถิ่นฐาน
     จึงแยกกันยกย้าย หลายทาง
แอบซุ่มทำสะพาน พาดอ้อม
กองกลางอยู่ยิงพราง พม่า ไว้เฮย
ทำสะพานแล้วห้อม หักตี
     สุรินทร์จอข้องแม่ ทัพผอง ม่านเฮย
ขี่แสะตรวจพลมี ร่มระย้า
พลางให้ย่ำรุมกลอง รัวเร่ง พลเฮย
ไทยรุกรบร้าเข้า ร่วมใน
     สุรินทร์จอข้องถูก ไทยฟัน ตายเฮย
นายแท่นนายทัพไทย ท่าวล้ม
ถูกปืนที่เข่าพลัน หามกลับ ค่ายแฮ
ต่างระดมก้มหน้า เหนี่ยวชัย
     รบกันตั้งแต่เช้า ชนตะวัน เที่ยงเฮย
ต่างอ่อนแรงราไคล คลาดเต้า
ไทยข้ามฟากบากผัน ผ่อนพัก พลแฮ
หญิงออกเลี้ยงข้าวเหล้า แหล่หลาย


โคลง ๒

     อิ่มสบายทั่วพร้อม พลางแอบไปเฝ้าด้อม
ดอดดู  
     เห็นศัตรูต่างตั้ง หม้อเหม่อหุงต้มพลั้ง
พลาดระวัง  
     นายๆยังวุ่นด้วย ทำศพนายผู้ม้วย
เมื่อวัน  
     เห็นช่องอันเหมาะแล้ว สามทัพพรักพร้อมแคล้ว
เคลื่อนพล  
     ค่อยบังตนไต่เต้า พลันยกอ้อมล้อมเข้า
คลุกตี  
     ไพรีแตกตื่นคว้าง บ้างเผ่นบ้างเต้นบ้าง
ตกตะลึง  
     ถูกปืนปึง! บั่นล้ม ถูกดาบฟุบหน้าก้ม
กัดดิน  
     ถูกหอกผินพักตร์เบ้ ถูกตระบองเค้เก้
ก่ายกัน  
     ไม่เป็นอันต่อสู้ เพราะไม่ทันได้รู้
สึกตน  
     พ่ายอลวนป่นปี้ บุกแฝกแหวกหญ้าลี้
หลบกาย  
     พลไทยผายเผ่นต้อน เย็นย่ำจึงได้ย้อน
ยาตรคืน  
     เก็บปืนหอกดาบได้ จึงรวบรวมไว้ใช้
ชดเชย  
     เผยเกียรติเกริ่นเกริกหล้า ใครทราบใครเอื้อนอ้า
โอษฐ์ชม  

ร่าย

     ฝ่ายม่านซมซานหนี เหลือตายมีจำนวนน้อย คล้อยกลับมาแจ้งเหตุแก่ แม่ทัพเนเมียวสีหบดี จึงให้ทวีโยธา แยจออากาเป็นนายทัพ นับเป็นครั้งครบห้า เข้ารบร้าทัพไทย แตกกลับไปดังก่อน จึงผ่อนผันเพิ่มพล เข้าราญรณคำรบหก ยกให้จิกแกปลัดเมืองทวาย เป็นนายทัพครั้งนี้ ก็แตกปี้ป่นมา จึงปรึกษานายทัพนายกอง ปองปราบปรามบางระจัน สรรพลที่กล้าหาญ ได้ประมาณพันคนปลาย นายชื่ออาคาปันคะยี มีพลทั้งเหล่าม้าเหล่าราบ ยกไปปราบครั้งที่เจ็ด สรรพเสร็จจึ่งให้คลา เคลื่อนทัพ ทั้งราบและม้าเมื้อ มุ่งไคล

ร่าย

     ฝ่ายค่ายไทยบางระจัน เพิ่มพลขันธ์คับคั่ง สั่งสมเสบียงอาวุธ ทราบข่าวรุดเร่งรัด จัดการเตรียมต่อสู้ นายแท่นผู้นายเก่า แผลที่เข่ายังไม่หาย ตั้งนายจันทร์หนวดเขี้ยวขึ้นใหม่ เป็นนายใหญ่บังคับ ยกทัพคนพันเศษ สังเกตทัพไพรี มีเหล่าม้ามากมาย จึงคัดชายชำนาญปืน ให้คอยยืนยิงกองม้า หัวหน้าคัดขุนสรรค์ รวมกันร้อยคนกว่า ต่างดูท่าท่วงที เห็นไพรีเดินพล ลุตำบลบ้านขุนโลก สบเหมาะโชคเชิงรณ เพราะมีพลพอกัน พลันให้เข้าโจมตี ไพรีซึ่งกำลัง ตั้งค่ายยังไม่ทันแล้ว ต่างแกล้วต่างกล้ารณ รุกรบ สองฝ่ายต่อสู้ด้วย อาจหาญ


โคลง ๔

     บัดนายจันทร์หนวดเขี้ยว คิดกล
แบ่งทัพโอบหลังราญ รบเร้า
พม่าถูกไทยรณ รุกกระหนาบ
ต่างแตกแยกย้ายเข้า ป่าดง
     นายทัพพม่าม้วย กลางสมร ภูมิเฮย
พลพม่าถูกไทยปลง ชีพสิ้น
เหลือบ้างต่างซอกซอน ซนกลับ
ที่บาดเจ็บล้มดิ้น ดื่นไป
     ไทยรักษาค่ายบ้าน บางระจัน
ตีพม่าประลัย เจ็ดครั้ง
นับได้สี่เดือนขัน ขับเคี่ยว รบแฮ
ด้วยจิตหาญกล้าทั้ง อดทน
     ทัพชาวบ้านบากสู้ ทัพกรุง ม่านเฮย
ยอมสละผละชนม์ ชีพให้
ด้วยจงรักชาติผดุง แดนเกิด
น่าจดจำไจ้ไจ้ จอดคุณ
      แรงชาวบ้านน้อยดั่ง ดวงไฟ หรี่พ่อ
กรุงม่านแม้นฝนหนุน แน่นฟ้า
ยังอุตส่าห์เอาชัย ได้เจ็ด ชัยเฮย
ชัยเจ็ดชัยนี้ช้า ช่องเฉลิม

ร่าย

     มวลม่านเสริมหวาดเสียว บัดเนเมียวสีหบดี ยิ่งมีความร้อนใจ กลัวไทยจักเจริญมาก กรากเข้าช่วยกรุงรบ สมทบกระหนาบทัพพม่า จักเสียท่าท่วงที จึงกรีฑาทัพใหญ่ เอาใจใส่กวดขัน สรรเอาสุกี้ผู้ชำนาญ ถิ่นฐานไทยทุกแห่ง แต่งตั้งเป็นนายทัพ รับอาสามาปราบ กำราบชาวบางระจัน เดินพลขันธ์ไม่ประมาท ส่งลาดตระเวนล่วงหน้า ตรวจข้าศึกสอดแนม แรมไหนตั้งค่ายมั่น เป็นหลั่นมาโดยลำดับ ถับถึงบ้านบางระจัน ให้กวดขันตั้งค่ายคู ดูให้เกินแรงไทย จักจู่ไปเพิงพัง คอยระวังสืบเหตุ สังเกตไทยยังแข็งแรง แฝงยิงรบอยู่ในค่าย ล่อให้ร่ายออกตี ได้ท่วงทีจึงออกรบ ไม่เหมาะหลบหลอกยิง ประวิงไทยให้ช้า ยิ่งกล้ารบบ่อยๆ ยิ่งร่อยหรอพวกพล ยิ่งทนนานยิ่งหย่อน เสบียงอ่อนอิดโรย, แรงเรี่ยว ยิ่งคิดยิ่งแค้นกลุ้ม กลัดใจ


โคลง ๓

    สงสารไทยบางระจัน เหลือจักขันแข่งสู้
เหลือจักคิดแก้กู้ เกียรติคืน
    ฝืนจิตด้อมดูที เพื่อจู่ตีเยี่ยงกี้
ข้าศึกมาครั้งนี้ แน่นหนา
    ยกประดาเข้าตี ไพรีไม่ต่อต้าน
ยิงแต่ปืนต้องคร้าน ครุ่นใจ
    ไพรีตั้งค่ายมั่น เหลือบั่นบุกรุกรื้อ
เหลือเรี่ยวแรงเข้ายื้อ แย่งสลาย


ร่าย

     ครานั้นนายทองเหม็น เห็นยิ่งช้ายิ่งเสียกิจ คิดยอมเสี่ยงชีพตน นำพลทหารกองหนึ่ง จึ่งขี่กระบือนำหน้า เข้ารบร้ารื้อค่าย ฝ่ายพม่าเห็นน้อยคน ยกพลระดมถมทับ ทองเหม็นขับกระบือบุก รุกเข้ากลางชุมนุม ข้าศึกรุมทุบตี สิ้นชีวาตม์ในที่รบ ไพร่พลหลบมลายมา เป็นคราแรกที่ไทย ปราชัยข้าศึก จึงปรึกษากันตกลง ปลงใจแจ้งข้อราชการ ขอประทานปืนใหญ่ ใคร่ยิงประดังพังค่าย ฝ่ายในกรุงเกรงไพรี คอยตีชิงกลางมรรคา จึงพระยารัตนาธิเบศร ไปยังเขตบางระจัน เรี่ยไรกันหล่อปืนทอง-เหลืองขึ้นสองกระบอก แกะออกดูร้าวราน ไม่ได้การทั้งนั้น ต่างอ้นอั้นตันปัญญา ต่อมานายแท่นที่ป่วยอยู่ สิ้นชีพสู่ปรโลก ต่างเศร้าโศกเสียดาย ภายหลังท่านขุนสรรค์ กับนายจันทร์หนวดเขี้ยวคุม ทัพออกรุมรณยุทธ์ ต้องอาวุธตายทั้งคู่ เหลืออยู่แต่พันเรืองกำนัน ช่วยกันกับทองแสงใหญ่ คุมไพร่พลต่อมา ต่างระอาอ่อนเพลีย เสียผู้คนเปลืองไป เหลือวิสัยชาวบ้าน จักต้านทานทัพใหญ่ แข็งใจใฝ่ฝืนรบ รณยุทธ์ ราวเร่งชีพให้สู้ ศึกยม


โคลง ๔

    สุกี้เห็นอ่อนทั้ง ทัพขันธ์
ขุดอุโมงค์มุดระดม ดอดล้อม
ตั้งค่ายประชิดบรร- จบรอบ
แล้วปลูกหอตั้งป้อม ปล่อยปืน
    ยิงระดมโทรมสาดเข้า ค่ายไทย
จนป่วนปั่นไป่ขืน แข่งสู้
จึงบุกรุกชิงชัย ปล้นค่าย
ไทยต่างรบร้ากู้ กัดฟัน
    ข้าศึกกรูกราดเข้า ฆ่าลาญ แหลกเฮย
ตีค่ายบางระจัน แตกไซร้
ไทยเหลือรบซบซาน เสริดพ่าย
รวมรักษาได้ห้า ขวบเดือน
    ม่านยอมยกชีพให้ นับหลาย พันพ่อ
เป็นค่าเข้าเยี่ยมเยือน เหยียบเหย้า
เห็นแต่ศพเรียงราย รอรับ แขกเฮย
เสียชีพเสียบ้านเฝ้า ฝากนาม
    เสียค่ายเดือนแปดข้าง แรมปี จอแฮ
พุทธศกสองพันสาม เศษร้อย
เก้าฉนำนับดิถี สามค่ำ จันทร์เฮย
ที่ระลึกแห่งบ้านน้อย น่าชม
    เกิดมาใครไม่ม้วย มีไฉน ท่านเอย
บางระจันม้วยสม ศักดิ์ม้วย
ม้วยด้วยเกียรติเกรียงไกร เกริ่นเกริก
ออมยศยอมม้วยด้วย ค่าแพง


โคลง ๒

     บ้านนอกแรงเล็กน้อย บางระจันจ้อยจ้อย
จิตหาญ  
     มานชัยได้เจ็ดครั้ง ฆ่าหมู่ม่านม้วยตั้ง
ก่ายกอง  
     จองจิตตั้งรบร้า ยอมมอบชีพให้ข้า
ศึกชม  
     สมยศ สมศักดิ์ พร้อม เกียรติลุไหนล้วนน้อม
นับถือ  


โคลง ๔

      อ้า ! ท่านชาวค่ายบ้าน บางระจัน ข้าเอย
ชีพลับแต่คุณลือ ตลอดหล้า
เย็นโศรตรลูกหลานอัน อุบัติบัด นี้ท่าน
ยิ่งสดับยิ่งปลื้มอ้า! อิ่มใจ


โคลง ๒

     ลือนามไปเมื่อหน้า เกียรติยศเรื้องจ้า
จิรกาล  
     อาจารย์ธัมมโชตได้ ปลุกจิตศิษย์กล้าไว้
เกียรติระบือ  
     นายแท่นคือแท่นแก้ว เกียรติท่านเลิศล้ำแพร้ว
เพริศพราย  
     นายทองเหม็นท่านได้ ประดิษฐ์ความกล้าไว้
เกียรติมหันต์  
     พันเรืองท่านเอย ! ท่านม้วย ด้วยรักชาติพร้อมด้วย
เกียรติคุณ  
     ขุนสรรค์เอย ! ท่านสร้าง เกียรติแก่คนข้างหน้า
อนันต์  
     อ้า ! นายจันทร์หนวดเขี้ยว เกียรติท่านเพราะพริ้งเกี้ยว
โศรตรสหาย  
     นายทองแสงใหญ่แพร้ว เกียรติท่านผ่านแผ้วพ้น
มืดมัว  
     ท่านหัวหน้านอกนี้ แม้ชีพลับลี้แล้ว
เกียรติคง  


โคลง ๔

     อ้า ! ข้อยเป็นแต่ผู้ พ้องชาติ ท่านแล
สดับเกียรติท่านยรรยง ยิ่งแพร้ว
ปลื้มจิตเนตรคลอหยาด ชลชื่น ใจพ่อ
ถ้าบุตรหลานแล้วปลื้ม เปรียบไฉน

ร่าย

     เอมใจจองประพันธ์ สรรเสริญเกียรติศักดิ์ พรรคพวกบางระจัน พลันเสร็จสมปรารถนา โดยมหาสวัสดี เสนอกวีทวยไทย ตามวิษัยสามารถ แห่งอาตมะผู้หวังดี ขอจุ่งศรีศุภสวัสดิ์ สรรพพิพัฒน์มงคล วิบุลผลโอภาส ลุแก่ชาติชาวสยาม งามคู่จันทราทิตย์ ขอลิขิตแห่งตู เนาตรูคู่สยามรัฐรุ่งโรจน์ นานคู่กับฟ้าหล้า ตลอดเทอญ

     บางระจันเรื่องนี้ นำเสนอ
จากเรื่องรบพม่าของ พระเจ้า-
บรมวงศ์เธอ กรมพระ ดำรงฯ นา
ผูกลิลิตเค้าดั้น ประดับกรรณ
     ณ วันที่สิบเก้า กุมภา พันธ์พ่อ
พุทธศกสองพัน สี่ร้อย
เศษหกสิบห้าวา ระศ ศินา
จบเสร็จถี่ถ้วนถ้อย ที่แถลง