กวีนิพนธ์แห่งชีวิต
จิระนันท์ พิตรปรีชา
บทนำโดย เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์
สำนักพิมพ์อ่านไทย หน้า ๑๙-๒๙.

 

ดอกไม้จะบาน
ดอกไม้
ดอกไม้จะบาน
บริสุทธิ์กล้าหาญ
จะบานในใจ
สีขาว
หนุ่มสาวจะใฝ่
แน่วแน่แก้ไข
จุดไฟศรัทธา
เรียนรู้
ต่อสู้มายา
ก้าวไปข้างหน้า
เข้าหามวลชน
ชีวิต
อุทิศยอมตน
ฝ่าความสับสน
เพื่อผลประชา
ดอกไม้
บานให้คุณค่า
จงบานช้าช้า
แต่ว่ายั่งยืน

ที่นี่

และที่อื่นอื่น
ดอกไม้สดชื่น ยื่นให้มวลชน
ผลิ (หนังสือปฐมนิเทศนิสิตใหม่จุฬาฯ) ๒๕๑๖

 


สุสานทราย

ตรงรอยต่อสีขาวเส้นยาวเหยียด
ทรายละเอียดพบสายแดดแผดรังสี
ระยับไหวในละอองทองธาตรี
ลามสุรีย์สุดระยะทะเลทราย

คนสัญจรอ่อนล้า กร้านกว่ากร้าน
เดินโดยสารเวลาหาจุดหมาย
ความหวังตรงเส้นขาว ยาว, ท้าทาย
อาจละลายหลอมร้อนก่อนถึงมัน

แล้วสีเขียวแสนงามยามร้อนจัด
ปรากฏชัด, ธารใสเหมือนในฝัน
คนใกล้ตายตะกายวิ่งหาสิ่งนั้น
ภาพอาถรรพณ์พลันดับไปกับตา

ทะเลทรายรูปขวานกร้านลมแดด
วนในแวดวงเก่า-เขลา, ไร้ค่า
ผู้แสวงหวั่นไหวไกลเกินคว้า
มีแต่ล้ารอตายรอสายธาร

มิถุนายน ๒๕๑๖

 


บันทึกลับกระบือหนุ่ม

มาจะกล่าวบทไป
ถึงกระบือฝูงใหญ่อนาถา
ถูกขังคอกแคบคับอัปรา
จนตายด้านชินชามานักแล้ว

เขาให้กินเศษกากซากเน่า
ด่าว่าโง่เง่าทั้งเถาแถว
หลอกล่อลวงใช้ไม่รู้แกว
สี่ขาตาแป๋วไว้ไถนา

มีควายย่อมมีคนบนหลังควาย
เคี่ยวเข็ญเป็นนายควายเบิ่งบ้า
เขาทวงคุณขุนเลี้ยงอย่างเลี่ยงนา
ตัวไหนกล้าปฏิวัติ-ซัดด้วยปืน

กูก็เป็นควาย…
งมงายตามประสาหน้าต้องฝืน
แต่เลือดกูหลายหยดเคยรดพื้น
เพราะมันขืนดัดจริตจะขวิดคน

วันนี้กูเกิดเบื่อ
ไม่อยากทำเชื่องเชื่อเมื่อเขาพ่น
แอกหนักขึ้นทุกวันมันเกินทน
เกลียดสายสนตะพายอยากคลายทิ้ง

"เขาแหลมหรือจะสู้ดาบปลายปืน"
กูยืนฟังคำกล้ำนิ่ง
ทางเดียวหรือที่มีจริง
จับกูพิงยิงเป้าให้พ้นเวร

นิสิตนักศึกษา กรกฎาคม ๒๕๑๖

 


ไฟ-วิญญาณ;
งาน-ชีวิต

ทะเล ภูเขา เทาท้องฟ้า
นกน้อยปรารถนาบินให้ถึง
คาบธุลีจากหาวดาวดึงส์
มาเกลือกกลึงรอยไถในลุ่มนา
ท้าทายอหังการ์ท่าที
ไม่หนีลมคลื่นฝืนฝ่า
สองปีกนี้มีกำลังปกบังฟ้า
รักษามิให้ล่มถมมวลชน
และสำเนียงอมตะจะถี่ก้อง
เพลงนกร้องเฉียบเข้มเต็มข้น
กล่อมน้ำตาแห้งคาตาคนจน
สาปอธรรมทุกข์ทนอัปยศ
กล้าหาญ กล้าหาญ
ปราการเบื้องหน้าปรากฏ
ปราการฐานันดร์หลั่นลด
จักฝ่าไปปลดพันธนา
ฝันถึงสัจจะอิสรภาพ
วันโลกอาบอิ่มงามตามคุณค่า
คนคือคนลุกฟื้นคืนชีวา
สืบตำนานสะท้านฟ้าผาดินดาว

พรุ่งนี้แล้วพรุ่งนี้...
ปีกนกหลุบหรี่เหน็บหนาว
ถอนใจรับดับฝันอันสกาว
และปวดร้าวกับเลือดเนื้อเมื่อหมดแรง

(คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ)

 


ปณิธานหนุ่มสาว

เบื้องหน้าคือหญิงสาว
พลิ้วอาภรณ์สีขาว ไร้เดียงสา
มีดวงดาววาวใสในแววตา
โปรยประกายปรารถนาเป็นดอกไม้
เธออ่านนิยายใฝ่ฝัน
สงสัยค่ายุติธรรม์หายไปไหน
การต่อสู้เพื่อสิ่งนี้จะมีใคร
เธอก้าวไปค้นความจริง (อิงนิยาย)

เขาคือชายหนุ่ม
ร้อนรุ่มแกร่งกล้าหาความหมาย
โดยยึดมั่นการต่อสู้ลูกผู้ชาย
ท้าทายภัยผองโลกหมองมัว
เขาตะโกนสุดเสียง
ถกเถียงหยันหยามความชั่ว
ชายหนุ่มวิ่งสวนทางกับความกลัว
เพื่อพบตัวมีค่าน่าพอใจ

ชายหนุ่มกับหญิงสาว
จูงมือกันก้าวสู่หนไหน?
เพียงหลงทางไม่มีทางไป
หรือสร้างสรรค์บันไดไกลถึงฟ้า

...นี่คือคำตอบ
"ชีวิตที่มอบไว้แก้ปัญหา
ต้องสู้ ต้องทำ รับคำท้า
เบื้องหน้าคืออะไรไม่พรั่นเลย"

นิสิตนักศึกษา ธันวาคม ๒๕๑๖

 


อหังการของดอกไม้

สตรีมีสองมือ
มั่นยึดถือในแก่นสาร
เกลียวเอ็นจักเป็นงาน
มิใช่ร่านหลงแพรพรรณ

สตรีมีสองตีน
ไว้ป่ายปืนความใฝ่ฝัน
ยืนหยัดอยู่ร่วมกัน
มิหมายมั่นกินแรงใคร

สตรีมีดวงตา
เพื่อเสาะหาชีวิตใหม่
มองโลกอย่างกว้างไกล
มิใช่คอยชม้อยชวน

สตรีมีดวงใจ
เป็นดวงไฟไม่ผันผวน
สร้างสมพลังมวล
ด้วยเธอล้วนก็คือคน

สตรีมีชีวิต
ล้างรอยผิดด้วยเหตุผล
คุณค่าเสรีชน
มิใช่ปรนกามารมณ์

ดอกไม้มีหนามแหลม
มิใช่แย้มคอยคนชม
บานไว้เพื่อสะสม
ความอุดมแห่งผืนดิน !

ประชาธิปไตย ๔ พฤศจิกายน ๒๕๑๖