วิทยานิพนธ์ปี 2528

2528. สายสมร เฉยตรองการ. สถานภาพทางสังคมของผู้หญิง (ในช่วงปี พ.ศ. 2475 - 2493) ในนวนิยายของดอกไม้สด และ ก.สุรางคนางค์



2528. สายสมร เฉยตรองการ. สถานภาพทางสังคมของผู้หญิง (ในช่วงปี พ.ศ. 2475 - 2493) ในนวนิยายของดอกไม้สด และ ก.สุรางคนางค์

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยที่เป็นทั้งแบบพรรณนาวิเคราะห์ (Analystical Descriptive) และการค้นคว้าจากเอกสาร (Documentary Research) โดยมุ่งศึกษาสถานภาพทางสังคมของผู้หญิงไทยจากนวนิยาย ผู้วิจัยต้องการจะศึกษาสถานภาพทางสังคมของสตรีในช่วงเวลาหนึ่ง คือ หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 จนถึงหมดสมัยรัฐนิยม พ.ศ. 2493 โดยใช้วรรณกรรมรูปแบบนวนิยายเป็นแหล่งข้อมูลการวิจัยจำกัดขอบเขตการศึกษา เฉพาะงานนวนิยายของนักเขียนสตรี 2 ท่าน คือ ดอกไม้สด (2448 - 2506) และ ก.สุรางคนางค์ (2454- ) ทั้งนี้เนื่องจากการศึกษานวนิยายของดอกไม้สด และ ก.สุรางคนางค์ พบว่าในนวนิยายของนักเขียนทั้งสองท่านมีสาระเรื่องผู้หญิงเพียงพอและมากกว่าที่พบในนวนิยายของนักเขียนท่านอื่นๆ ในยุคเดียวกัน นอกจากนั้น สาระเกี่ยวกับผู้หญิงที่นักเขียนทั้งสองสะท้อนออกมา ยังแสดงให้เห็นภาพของผู้หญิงจากชนชั้นสูงและชนชั้นกลางซึ่งมีสถานะที่แตกต่างกัน ข้อค้นพบในส่วนที่เกี่ยวกับสถานภาพทางสังคมของผู้หญิงในชนชั้นสูงและชนชั้นกลางในงานนวนิยาย มีดังนี้

ในสถาบันครอบครัว ดอกไม้สดได้สะท้อนภาพมารดาในชนชั้นสูงที่มีหน้าที่อบรมเลี้ยงดูบุตรธิดาจนได้แต่งงานออกเรือนไป และก็ยังให้ภาพของมารดาสมัยใหม่ที่ยังคงมีหน้าที่อบรมเลี้ยงดูลูกแต่ก็ปฏิบัติตนดังเพื่อนที่ให้ความรักความเข้าใจ รับฟังลูกได้ทุกเรื่องแม้แต่เรื่องเพื่อนชาย ซึ่งมารดาลักษณะนี้จะเป็นผู้หญิงที่ได้รับการศึกษาใหม่ ส่วน ก.สุรางคนางค์ก็ชี้ให้เห็นว่ามารดาในชนชั้นกลาง ก็มีหน้าที่อบรมเลี้ยงดูลูก และให้ความสำคัญต่อการศึกษาของลูกมาก อีกทั้งโดยทั่วไปมารดาในชนชั้นกลางเป็นมารดาสมัยใหม่ที่ให้อิสระต่อการมีคู่ครองของลูก โดยคอยให้คำปรึกษาแก่ลูก อย่างไรก็ตาม ก.สุรางคนางค์ ก็ได้เสนอภาพมารดาในชนชั้นกลางที่อาจจะคำนึงถึงฐานะทางเศรษฐกิจเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการแต่งงานของลูกสาว

ในฐานะภรรยา จากวัฒนธรรมตะวันตกการมีผัวเดียวเมียเดียวกำลังเป็นที่ยอมรับอย่างแพร่หลาย ดอกไม้สดก็ได้เสนอภาพของภรรยาในชนชั้นสูงที่ไม่มีความสุขกับการที่สามีมีภรรยาหลายคนในบ้านเดียวกัน พร้อมทั้งให้ภาพภรรยาที่แหวกกฎเกณฑ์ประเพณีเดิมที่ภรรยาเคยเป็นช้างเท้าหลัง โดยจะไม่ยอมอยู่ภายใต้อำนาจสามีอีกต่อไป

นอกจากนี้ ดอกไม้สดยังได้ให้คุณลักษณะของภรรยาในสังคมใหม่เพิ่มเติมที่ต้องรู้จักการเล่นกีฬา การเต้นรำ การสมาคมเคียงบ่าเคียงไหล่สามีอีกด้วย ส่วน ก. สุรางคนางค์ ก็เสนอแบบฉบับของภรรยาที่ดีในชนชั้นกลางที่ทำหน้าที่ดูแลกิจการงานบ้านได้อย่างเรียบร้อย ทั้งยังปฏิบัติตนเป็นเพื่อนคู่คิดของสามีเป็นคู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขของสามี มีความซื่อสัตย์ต่อสามีและหากภรรยาประพฤตินอกใจสามีก็จะได้รับการประนามหยามเหยียดจากสังคม แต่อย่างไรก็ตาม ก.สุรางคนางค์ ก็ได้เสนอแง่คิดเกี่ยวกับการมีชู้ของภรรยาในแง่ที่ว่า ปัญหาระหว่างสามีภรรยานั้นจะตัดสินว่าผิดถูกศีลธรรมอย่างไร ควรจะศึกษาหรือรู้มูลเหตุของปัญหาเสียก่อน

ส่วนในฐานะบุตรสาว ในงานนวนิยายของดอกไม้สด และ ก.สุรางคนางค์บุตรสาวยังคงเป็นบุตรสาวที่ต้องเคารพเชื่อฟัง กตัญญูต่อบิดามารดา และญาติผู้ใหญ่ คอยช่วยเหลือดูแลบิดามารดายามเจ็บป่วย และเข้าสู่วัยชรา ในยุคนี้สถานภาพของบุตรสาวพัฒนาขึ้นกว่าอดีตมาก คือมีโอกาสได้รับการศึกษามากขึ้น ก็มีความคิดเป็นของตนเองในการดำเนินชีวิต บางครั้งถึงกลับแหวกประเพณีเดิม เช่น การคัดค้านการแต่งงานแบบคลุมถุงชนหรือการจดทะเบียนสมรสกับคนรักโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากผู้ใหญ่ เป็นต้น

สำหรับสถานภาพทางการศึกษาของผู้หญิงไทยก็นับว่าดีขึ้นเป็นลำดับตามลักษณะการพัฒนาของระบบการศึกษา จากงานนวนิยายของ ดอกไม้สด และ ก.สุรางคนางค์ พบว่า ผู้หญิงโดยทั่วไปมีโอกาสศึกษามากขึ้นซึ่งตัวละครเอกฝ่ายหญิงล้วนจบการศึกษาสูงกว่าภาคบังคับ มีโอกาสเรียนภาษาต่างประเทศ ตลอดจนวิชาการบ้านการเรือน แต่อย่างไรก็ตาม นักเขียนทั้งสองท่านต่างก็เสนอว่า สถานภาพทางการศึกษาของผู้หญิงชนชั้นสูงพัฒนาดีขึ้นกว่าผู้หญิงชนชั้นกลาง คือมีโอกาสได้รับการศึกษาจากต่างประเทศ

เมื่อพิจารณาถึงสถานภาพทางเศรษฐกิจของผู้หญิงในงานนวนิยายนั้น ลักษณะการที่ผู้หญิงได้รับการศึกษา เริ่มประกอบอาชีพต่างๆ นอกบ้านจะพบได้ในผู้หญิงชนชั้นกลางมากกว่าผู้หญิงชนชั้นสูง เนื่องมาจากค่านิยมเดิมของชนชั้นสูง ไม่นิยมให้ผู้หญิงออกมาทำงานนอกบ้าน ประกอบกับฐานะทางเศรษฐกิจเอื้ออำนวย หรือหากจะมีหญิงสาวในชนชั้นสูงที่มีการศึกษาจะประกอบอาชีพ ก็จะมีอาชีพเดียวเท่านั้น คือ อาชีพครู ส่วนผู้หญิงในชนชั้นกลางนั้นจะประกอบอาชีพต่าง ๆ คือ ครู เลขานุการ นักเขียน หรืออาจจะทำงานพิเศษช่วยสามีทำงาน เช่นออกเงินให้กู้ หรือเป็นนายหน้า เป็นต้น

ส่วนสถานภาพทางการเมืองและกฎหมายของผู้หญิงนั้น จากการศึกษางานนวนิยายของนักเขียนทั้งสองท่านดังกล่าว มิได้ให้ภาพสะท้อนที่เด่นชัดนักในเรื่องนี้ ซึ่งก็อาจจะเนื่องจากเป็นระยะแรกของการเปลี่ยนแปลงการปกครอง จึงยังไม่มีการตื่นตัวในเรื่องการเมืองและกฎหมายเพื่อสิทธิของผู้หญิงมากนัก แต่อย่างไรก็ตามนักเขียนก็ยังให้ภาพการแหวกกฎเกณฑ์เก่า ๆ ที่จำกัดหญิงมากไป อาทิ เช่น การขอหย่าจากสามีเนื่องจากสามีมีเมียน้อย เป็นต้น ผู้หญิงในชนชั้นสูงสมัยใหม่ที่มีบทบาทต่อกิจกรรมในการสมาคมนอกบ้านหลายประการ อาทิ การเล่นกีฬา การเต้นรำ หรือการมีอิสระในการคบเพื่อนต่างเพศ ส่วน ก.สุรางคนางค์ เสนอภาพผู้หญิงในชนชั้นกลางที่มีความเชื่อมั่นในตัวเอง ความภูมิใจในตัวเองโดยผู้หญิงควรจะทำตัวให้เป็นประโยชน์ต่อสังคมบ้าง เริ่มมีความคิดพึ่งตนเองโดยการมีอาชีพ คิดสร้างฐานะให้ตนเองโดยไม่คิดพึ่งการแต่งงาน

จากการศึกษาชีวประวัติและงานนวนิยายของนักเขียนทั้งสองท่าน จะพบว่าทั้งดอกไม้สด และ ก.สุรางคนางค์ ต่างก็เป็นนักเขียนที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมสูง โดยถ่ายทอดประสบการณ์ต่าง ๆ ความคิดและวิถีชีวิตในงานนวนิยาย นอกจากนี้นักเขียนทั้งสองก็ยังเป็นนักเขียนสตรีรุ่นแรกที่ให้ความสำคัญต่อตัวละครฝ่ายหญิงมาก ซึ่งอาจจะกล่าวได้ว่านักเขียนทั้งสองท่านมีความตั้งใจที่ต้องการเรียกร้องสิทธิเสรีภาพของผู้หญิงในสังคม โดยผ่านงานนวนิยายซึ่งในยุคนั้นยังไม่มีองค์กรหรือสถาบันของผู้หญิงใดๆ ที่จะเป็นตัวแทนกระทำการดังกล่าว และจากการศึกษางานนวนิยายของดอกไม้สด และ ก.สุรางคนางค์ก็ทำให้สามารถรู้ถึงสถานภาพทางสังคมของผู้หญิง ตลอดจนความคาดหวังต่อสถานภาพของผู้หญิงในยุคนั้นได้เป็นอย่างดี