บทคัดย่อบทความวิจัย

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ปรีมา มัลลิกะมาส


1)            บทความวิจัยนี้มุ่งศึกษาปัญหาอิทธิพลของภาษาอังกฤษในบทแปลภาษาไทย เพื่อวิเคราะห์ จำแนกประเภท และจัดลำดับปัญหาที่เกิดจากอิทธิพลด้านต่างๆ   3 ประเภท ได้แก่ โครงสร้าง  คำศัพท์  วลีและสำนวนตายตัวว่าเกิดขึ้นมากน้อยเพียงใด   โดยการเก็บข้อมูลจากแบบฝึกหัดการแปลและนำมาวิเคราะห์ในเชิงคุณภาพเพื่อหาลักษณะอิทธิพลของภาษาอังกฤษในบทแปลภาษาไทยที่พบในปัญหาแต่ละประเภทข้างต้น ผู้วิจัยแบ่งข้อมูลที่ได้ออกเป็น  2 กลุ่ม คือ บทแปลที่ถูกต้องและไม่ถูกต้อง    กลุ่มแรกแบ่งย่อยเป็นบทแปลที่ถูกต้องและเป็นธรรมชาติกับบทแปลที่ถูกต้องแต่ไม่เป็นธรรมชาติ ส่วนกลุ่มที่สองแบ่งย่อยเป็นบทแปลที่ผิดความหมายกับที่ไม่ได้แปล  ผลการวิเคราะห์พบว่าอิทธิพลของภาษาอังกฤษในบทแปลภาษาไทยมีอยู่ในวงกว้าง โดยในกลุ่มบทแปลที่ถูกต้องแต่ขาดความเป็นธรรมชาติ ความถี่เรียงตามลำดับจากมากไปน้อยดังนี้  คือ โครงสร้าง  คำศัพท์  และ วลีและสำนวนตายตัว อย่างไรก็ตาม ความถี่ของปัญหาการแปลวลีและสำนวนตายตัว ซึ่งมีสัดส่วนน้อยที่สุดในกลุ่มดังกล่าว กลับเป็นปัญหาที่มีสัดส่วนสูงที่สุด สำหรับผู้แปลในกลุ่มที่แปลไม่ถูกต้อง  นอกจากนี้ ผู้วิจัยยังได้เสนอแนะวิธีการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ โดยใช้วิธีการปรับบทแปลสำหรับปัญหาอิทธิพลด้านโครงสร้างและคำศัพท์ และประยุกต์ใช้วิธีการสอนภาษาแบบ  lexical approach สำหรับปัญหาอิทธิพลด้านวลีและสำนวนตายตัว ทั้งนี้เพื่อให้การเรียนการสอนแปลมีสัมฤทธิผลมากขึ้นและเพื่อช่วยพัฒนาทักษะของผู้เรียนในการแปลภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทยให้ดียิ่งขึ้นด้วย


2)
บทความวิจัยนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษารูปประโยคภาษาไทยแบบต่างๆ ที่ใช้ในการแปลประโยคกรรมภาษาอังกฤษซึ่งพบในงานวรรณกรรมเยาวชนเรื่อง แฮรี่ พอตเตอร์กับห้องแห่งความลับ และ แฮรี่ พอตเตอร์กับนักโทษแห่งอัซคาบัน  ผลการวิจัยพบว่า มีการใช้รูปประโยคภาษาไทยรวม  15 แบบ ในการแปลประโยคกรรมภาษาอังกฤษ ซึ่งจัดกลุ่มได้เป็น 3 ประเภทเรียงตามลำดับการใช้จากมากไปหาน้อย ดังนี้คือ ประโยคกรรม  ประโยคกรรตุ และประโยคกริยา  รูปประโยคกรรมแบบต่างๆ ที่หลากหลายในภาษาไทย ทั้งแบบที่มีโครงสร้างใกล้เคียงกับรูปประโยคกรรมภาษาอังกฤษ ไปจนถึงรูปประโยคที่มีโครงสร้างคล้ายกับประโยคกรรตุ  พบมากในการแปลประโยคกรรมภาษาอังกฤษ เพราะประโยคเหล่านี้ล้วนกล่าวถึงผู้ถูกกระทำก่อน ทำให้รักษามุมมองและการเน้นความสำคัญตามอย่างประโยคต้นฉบับไว้ได้  และจากการวิเคราะห์หาปัจจัยต่างๆที่มีผลต่อการเลือกใช้รูปประโยคที่แตกต่างกันเหล่านั้น  พบว่ามีอยู่ 4 ด้านด้วยกันคือ ปัจจัยด้านมุมมอง ปัจจัยด้านประธาน ปัจจัยด้านภาคแสดง และปัจจัยด้านบริบท  ในกระบวนการแปล การพิจารณาปัจจัยต่างๆเหล่านี้เป็นส่วนสำคัญของการวิเคราะห์ตัวบท เพื่อให้เข้าใจความหมายของประโยคต้นฉบับอย่างกระจ่างชัด ซึ่งจะนำไปสู่การกำหนดรูปแบบการแปลที่เหมาะสมได้


3)
    This paper investigates Thai learners’ receptive and productive knowledge of English collocations.  It analyzes their problems in the usage of 3 types of collocations: lexical, grammatical and bound.  Data was collected from multiple choice, error recognition and gap-filling tasks. Quantitative analysis was used to identify whether any type of collocation posed more difficulty than the others. The results indicate wide-ranging problems in Thai learners’ collocational knowledge.  Difficulties were observed in both reception and production of all three types of collocations.  Students showed different orders of difficulty in the multiple choice and gap-filling tasks. While grammatical collocations posed a problem for learners in both tasks, lexical and bound collocations caused more problems in reception than in production.  In the error recognition task, a further interesting finding is the difference in correlation between students’ ability to recognize and correct a collocational error.  While students were more likely to be able to identify and correct false lexical and bound collocations, they were less able to correct a false grammatical collocation even if they could recognize it.  Plausible explanations for these findings are provided.  Finally, the researchers strongly advocate the lexical approach to help develop Thai learners’ collocational knowledge.


4)  
บทความวิจัยนี้มุ่งศึกษาผลของการใช้คลังข้อมูลภาษาอังกฤษเฉพาะด้านที่มีต่อการแปลระหว่างคู่ภาษาอังกฤษกับภาษาไทย  ผลการวิจัยพบว่าคลังข้อมูลภาษาประเภทนี้เป็นทรัพยากรที่เป็นประโยชน์ต่อการแปล โดยในการแปลจากภาษาไทยเป็นอังกฤษ คลังข้อมูลภาษาช่วยลดข้อผิดพลาดเกี่ยวกับการเลือกใช้คำและสำนวนภาษารวมทั้งศัพท์เฉพาะสาขา  สำหรับในการแปลจากภาษาอังกฤษเป็นไทยนั้น คลังข้อมูลภาษาช่วยให้มีความเข้าใจต้นฉบับในส่วนของความหมายของคำและเนื้อหาเฉพาะด้านได้ดีขึ้น ผลการทดลองยังแสดงด้วยว่าคลังข้อมูลภาษาอังกฤษเฉพาะด้านนี้เป็นประโยชน์ต่อการแปลจากภาษาไทยเป็นอังกฤษซึ่งเกี่ยวข้องกับการใช้ภาษาฉบับแปลมากกว่าการแปลจากภาษาอังกฤษเป็นไทยซึ่งเกี่ยวข้องกับความเข้าใจเนื้อหาต้นฉบับดังจะเห็นได้จากจำนวนข้อผิดพลาดโดยรวมในการแปลแบบแรกที่มีน้อยกว่าการแปลแบบที่สอง นอกจากนี้ ผลการทดลองช่วยให้ตระหนักถึงปัจจัยและข้อจำกัดต่างๆที่มีผลต่อการใช้ประโยชน์จากคลังข้อมูลภาษาในการแปล ข้อมูลดังกล่าวจะช่วยให้สามารถพัฒนาแนวทางและวิธีการในการนำคลังข้อมูลภาษามาใช้สอนวิชาแปลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของผู้เรียนในการใช้ทรัพยากรการแปลแบบใหม่นี้ให้ดียิ่งขึ้นได้ต่อไป

Impacts of specialized English corpus
on translation between English and Thai
This paper aims to explore the impact of specialized English corpus on translation between Thai and English.  The results show that the corpus has served as a valuable translation resource.  In translation from Thai to English, the corpus is useful for selecting appropriate expressions and technical terms, while in translation from English into Thai, the corpus is useful for comprehending source texts.  We also found that the corpus is more useful in terms of production than comprehension.  The overall number of translation errors made in the translation from Thai into English were fewer than from English to Thai.  In addition, the findings obtained have revealed several factors and limitations affecting the use of corpora as translation resources. These findings should be of great help in the improvement of teaching methodology that will enable trainee translators to make the best use of this novel type of translation resources.


5)           
บทความวิจัยนี้มุ่งที่จะศึกษาเปรียบเทียบเพื่อหาลักษณะร่วมทางภาษาในสุภาษิตภาษาอังกฤษและภาษาไทยว่ามีลักษณะทางภาษาอย่างไรบ้างที่ช่วยในการบ่งชี้ว่าถ้อยคำหนึ่งเป็นสุภาษิต (proverbial markers) นอกจากนี้ยังต้องการหาด้วยว่ามีลักษณะทางภาษาแบบใดบ้างที่เป็นลักษณะเด่นของสุภาษิตภาษาไทยหรือสุภาษิตภาษาอังกฤษ   สุภาษิตภาษาไทยและภาษาอังกฤษที่นำมาศึกษามีจำนวนทั้งสิ้น 372 บท  แบ่งเป็นสุภาษิตภาษาไทย 187 บท และ สุภาษิตภาษาอังกฤษ 185 บท   ผลการวิจัยได้พบลักษณะร่วมทางภาษาที่ปรากฏทั้งในสุภาษิตภาษาไทยและภาษาอังกฤษ  ซึ่งน่าจะใช้เป็นสิ่งที่บ่งชี้ความเป็นสุภาษิต (proverbial markers) เพื่อแยกแยะถ้อยคำประเภทนี้ออกจากถ้อยคำที่คล้ายคลึงกันประเภทอื่นๆได้  ลักษณะร่วมนี้มี 6 ประเภท ได้แก่ ได้แก่ 1) ลักษณะทางเสียง 2)  การใช้ภาษาภาพพจน์ 3)  ลักษณะทางไวยากรณ์และโครงสร้าง 4)  ลักษณะการใช้คำและลำดับคำที่ตายตัว 5) ลักษณะทางความหมาย และ  6) ลักษณะของหน่วยข้อความแบบกรอบความคิด- ความคิดในกรอบ (topic-comment)   โดยส่วนใหญ่แล้วสุภาษิตหนึ่ง ๆ นั้นจะมีลักษณะทางภาษาข้างต้นนี้มากกว่าหนึ่งอย่างประกอบกัน รวมทั้งได้พบลักษณะทางภาษาบางประการที่ปรากฏเฉพาะในสุภาษิตภาษาใดภาษาหนึ่ง

The research paper investigates common linguistic features in English and Thai proverbs, which can serve as proverbial markers.  It also identifies linguistic features that differentiate English from Thai proverbs.  The research data consist of the total number of 372 proverbs which were gathered from English and Thai on the basis of similarity in meaning.  Analysis reveals common linguistic features which are found in the proverbs of the two languages and can be used to distinguish proverbs from similar expressions.  They are categorized into 6 types, namely repetition of phonological features, figurative language, syntactic features, fixed lexical phrases, semantic characteristics, and topic–comment organization.  In most cases, proverbs contain more than one relevant marker; additionally certain linguistic features are restricted to either English or Thai proverbs.


6)
                งานวิจัยนี้มีมุ่งศึกษาการสื่อมโนทัศน์กรรมวาจกในการแปลวรรณกรรมจากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ ว่าประโยคภาษาไทยที่สื่อมโนทัศน์ดังกล่าวด้วยตัวบ่งชี้กรรมวาจก “ถูก” “โดน” และ “ได้รับ” นั้นมีการถ่ายทอดเป็นภาษาอังกฤษด้วยรูปแบบใดบ้าง และวิเคราะห์สมมูลภาพในการสื่อมโนทัศน์ดังกล่าว โดยศึกษาจากวรรณกรรมแปล เรื่อง “กลิ่นฟาง (The Sweet Scent of Hay)” และเรื่อง “หลายชีวิต (Many Lives)” ผลการวิจัยพบว่าประโยคกรรมในต้นฉบับภาษาไทยมีการถ่ายทอดเป็นภาษาอังกฤษ โดยแบ่งเป็น 2 ประเภทหลักได้แก่ 1) ประโยคกรรม คือ ประโยคที่ใช้โครงสร้าง auxiliary be + past participle และ 2) ประโยคกรรตุ ซึ่งแบ่งตามกลวิธีการแปลได้เป็น 5 ประเภทย่อย  ผลการวิเคราะห์สมมูลภาพในการสื่อมโนทัศน์กรรมวาจกระหว่างประโยคกรรมในต้นฉบับภาษาไทยและคู่ประโยคแปลภาษาอังกฤษ พบว่ามีรูปแบบทางภาษาที่มีสมมูลภาพในการสื่อมโนทัศน์กรรมวาจก 2 แบบคือ passive sentence และ  past participial phrase ส่วนรูปแบบทางภาษาที่ไม่มีสมมูลภาพในการสื่อมโนทัศน์กรรมวาจก ได้แก่ ประโยคภาษาอังกฤษที่สลับเอาผู้กระทำขึ้นมาเป็นประธานของประโยค หรือใช้คำนาม รวมทั้งการละส่วนที่เป็นกรรมวาจกทิ้งไป และยังพบรูปแบบทางภาษาที่ทั้งรักษาและทำให้ขาดสมมูลภาพในการสื่อมโนทัศน์กรรมวาจกไป คือ การใช้คำกริยารูปกาลสมบูรณ์ที่ทำหน้าที่เป็นคำคุณศัพท์  สำหรับปัจจัยที่ส่งผลต่อการเลือกกลวิธีในการแปลจากต้นฉบับภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษที่แตกต่างกันนั้น  ประกอบด้วยปัจจัยด้านมุมมอง ปัจจัยด้านคำกริยา ปัจจัยด้านผู้แปล และปัจจัยด้านบริบท