Author

Kesmanee Debavaya

Title

A Linguistic Borderline Between Central Thai and Southern Thai : A Tonal Study / Kesmanee Debavaya

Date

1982

 

Abstract

The main purpose of this study is to investigate the tone systems and the phonetic characteristics of the tones of the Thai dialects spoken in Amphoe Muang, Amphoe Thap Sakae, Amphoe Bang Saphan and Amphoe Bang Saphan Noi of Prachuap Khiri Khan Province and in Amphoe Pathiu, Amphoe Tha Sae and Amphoe Muang of Chumphon Province. Based on this information, a linguistic borderline between Central Thai and Southern Thai is determined. The data were collected from 39 informants who were chosen according to a set of criteria to represent 39 localities in the area under study. According to the pattern of the tonal splits, the dialects spoken in 7 Amphoes above mentioned can be divided into 2 main groups: the Central Thai Group and the Southern Thai Group. Each group can be further subdivided, the Central Thai Group into 4 subgroups and the Southern Thai Group into 8 subgroups. On the basis of the number of tones, the Central Thai Group can be subdivided into 2 subgroups : five-tone and six-tone systems while the Southern Thai Group can be subdivided into 3 subgroups : three-tone, four-tone and five-tone systems. Central Thai is spoken in 8 localities, situated in Amphoe Muang and some parts of Amphoe Thap Sakae of Prachuap Khiri Khan Province. Southern Thai is spoken in 31 localities, situated in Amphoe Bang Saphan Noi and some parts of Amphoe Thap Sakae of Prachuab Khiri Khan Province as well as in Amphoe Pathiu, Amphoe Tha Sae and Amphoe Muang of Chumpon Province.

 

?ุดมุ่งหมายของวิทยานิพนธ์นี้คือ ศึกษาระบบวรรณยุกต์และสัทลักษณะของวรรณยุกต์ในภาษาไทยถิ่นที่ใช้พูดกันในอำเภอเมือง อำเภอทับสะแก อำเภอบางสะพาน และอำเภอบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และในอำเภอปะทิว อำเภอท่าแซะ และอำเภอเมือง จังหวัดชุมพร รวมจุดเก็บข้อมูล 39 จุด เพื่อนำมากำหนดแนวแบ่งเซตภาษาไทยถิ่นกลางกับภาษาไทยถิ่นใต้ ข้อมูลที่ใช้ในการวิเคราะห์ได้จากการสัมภาษณ์ผู้บอกภาษา 39 คน ที่คัดเลือกมาอย่างมีเกณฑ์ตามจุดเก็บข้อมูลทั้ง 39 จุดๆ ละ 1 คน

ผลการวิจัยแสดงว่า ภาษาไทยถิ่นที่ใช้พูดกันในบริเวณ 7 อำเภอดังกล่าว สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่ม โดยพิจารณาตามลักษณะการแยกเสียงวรรณยุกต์ ได้แก่ กลุ่มภาษาไทยถิ่นกลางและกลุ่มภาษาไทยถิ่นใต้ ในแต่ละกลุ่มยังแบ่งออกเป้นกลุ่มย่อยได้อีก คือ กลุ่มภาษาไทยถิ่นกลางแบ่งเป็น 4 กลุ่มย่อย และกลุ่มภาษาไทยถิ่นใต้แบ่งเป็น 8 กลุ่มย่อย นอกจากนั้น หากใช้จำนวนหน่วยเสียงวรรณยุกต์เป็นหลักในการแบ่งกลุ่มย่อยของกลุ่มภาษาไทยถิ่นกลางกับกลุ่มภาษาไทยถิ่นใต้ พบว่า กลุ่มภาษาไทยถิ่นกลางแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มย่อย คือภาษาไทยถิ่นกลางที่มีระบบ 5 หน่วยเสียงวรรณยุกต์ และ 6 หน่วยเสียงวรรณยุกต์ ขณะที่กลุ่มภาษาไทยถิ่นใต้แบ่งเป็น 3 กลุ่มย่อย คือ ภาษาไทยถิ่นใต้มีระบบ 3 หน่วยเสียงวรรณยุกต์ 4 หน่วยเสียงวรรณยุกต์ และ 5 หน่วยเสียงวรรณยุกต์

กลุ่มภาษาไทยถิ่นกลาง ใช้พูดกันในบริเวณอำเภอเมืองจนถึงในบางบริเวณของอำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 8 ชุด ส่วนกลุ่มภาษาไทยถิ่นใต้เริ่มใช้พูดกันตั้งแต่ในบางบริเวณของอำเภอทับสะแกเรื่อยลงไปในอำเภอบางสะพานและอำเภอบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และอำเภอปะทิว อำเภอท่าแซะและอำเภอเมือง จังหวัดชุมพร รวมจำนวน 31 จุด

แนวแบ่งเขตภาษาไทยถิ่นกลางกับภาษาไทยถิ่นใต้ที่ศึกษาโดยใช้วรรณยุกต์เป็นเกณฑ์นี้อยู่ในอำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ บริเวณตอนกลางของตำบล 2 ตำบล คือ ตำบลทับสะแก และตำบลเขาล้าน แนวแบ่งเขตภาษานี้ไม่ใช่แนวเดียวกันกับแนวแบ่งเขตภูมิภาคระหว่างภาคกลางกับภาคใต้

การศึกษาครั้งนี้ นอกจากจะแสดงให้เห็นการนำลักษณะการแยกเสียงวรรณยุกต์มาใช้ในการแบ่งเขตภาษาไทยถิ่นแล้ว ยังแสดงสัทลักษณะของวรรณยุกต์ของภาษาไทยถิ่นที่ใช้พูดกันในบริเวณที่ทำการศึกษาโดยละเอียดอีกด้วย

Note

Typescript (photocopy)

 

Thesis (M.A.)--Chulalongkorn University, 1982

 

Kalaya Tingsabadh, advisor