Author

Supa Angkurawaranon

Title

The Connotative Meanings of the Word "phuu3ying5" from Metaphor in Modern Thai Songs / Supa Angkurawaranon

Date

1983

 

Abstract

The main purpose of this study is to find the connotative meanings of the word "phuu3ying5" from metaphor in modern Thai songs. The data were collected from approximately 3,500 songs in song books published during 1968-1982, where 93 vehicles were found. The componential analysis theory was used to analyze the vehicles to find semantic features, from which the connotative meanings were derived. The study shows that male speakers used more of the monolexical vehicles than the phrasal ones while female speakers used more of the latter than the former. Using semantic features as the criteria, these vehicles could be grouped into 12 types according to 12 main features, from which the connotative meanings were derived. These connotative meanings, however, were further classified into 10 non-interpretative meanings from 10 features, and 3 interpretative ones from 2 features. The study also reveals that the connotative meanings used by female speakers were negative, while those used by male speakers were both negative and positive. In conveying these 13 connotative meanings, female and male speakers used different vehicles. These are the clues which showed that in Thai society women and men had different attitudes and ideas towards "phuu3ying5" (woman).

 

วัตถุประสงค์ของวิทยานิพนธ์ฉบับนี้คือ การศึกษาความหมายของความเปรียบเกี่ยวกับผู้หญิงจากบทเพลงไทยสากล เพื่อหาความหมายแฝงของคำว่า "ผู้หญิง" ในการศึกษานี้ผู้วิจัยได้เก็บข้อมูลความเปรียบจากหนังสือเพลงที่พิมพ์ระหว่าง พ.ศ. 2512-2525 ประมาณ 3,500 เพลง และพบว่ามีแบบเปรียบ 93 แบบเปรียบ การวิเคราะห์ความหมายของแบบเปรียบผู้วิจัยใช้ทฤษฎีแยกหน่วยประกอบทางความหมาย (componential analysis) เพื่อหาอรรถลักษณ์ของแบบเปรียบ ซึ่งเป็นแหล่งที่มาของความหมายแฝง

ผลของการวิจัยแบบเปรียบแสดงว่าผู้เปรียบที่เป็นผู้ชายใช้แบบเปรียบที่มีโครงสร้างเป็นคำนามคำเดียวมากกว่าเป็นกลุ่มคำ ในขณะที่ผู้เปรียบที่เป็นผู้หญิงใช้แบบเปรียบที่มีโครงสร้างเป็นกลุ่มคำมากกว่าเป็นคำนามคำเดียว สำหรับความหมายของแบบเปรียบนั้นสามารถจัดให้เป็น 12 กลุ่ม ตามอรรถลักษณ์สำคัญที่ปรกฎ 12 อรรถลักษณ์ อรรถลักษณ์เหล่านี้เป็นที่มาของความหมายแฝง ความหมายแฝงของ "ผู้หญิง" ที่ได้จากอรรถลักษณ์แบ่งเป็นความหมายที่ได้จากอรรถลักษณ์โดยตรง 10 ความหมายจาก 10 อรรถลักษณ์ และที่ได้จากการตีความอรรถลักษณ์ 3 ความหมายจาก 2 อรรถลักษณ์

นอกจากนี้ ผลการวิจัยยังแสดงด้วยว่าความหมายแฝงมีความสัมพันธ์กับเพศของผู้เปรียบด้วย ผู้เปรียบที่เป็นผู้หญิงจะใช้ความหมายแฝงที่แสดงว่าตนเองเป็นสิ่ง หรือคนที่ไม่มีความสำคัญมีสภาพที่ต่ำต้อยเป็นฝ่ายที่ต้องรับการกระทำคือ เป็นที่ระบายความต้องการทางเพศของชาย และเมื่อมีครอบครัวต้องอยู่ในอำนาจของผู้เป็นสามี สำหรับผู้เปรียบที่เป็นชายจะใช้ความหมายแฝงทั้งที่แสดงการยกย่องและไม่ยกย่องคือ เป็นผู้หญิงทั้งเป็นสิ่งมีค่า และไม่มีค่ารวมทั้งดูหมิ่นเหยียดหยามว่าผู้หญิงเป็นเพศที่ไว้ไม่ได้และด้อยเกียรติในการใช้แบบเปรียบเพื่อสื่อความหมายแฝง 13 ความหมายนี้ ผู้เปรียบต่างเพศกันใช้แบบเปรียบที่ต่างกัน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าในสังคมไทย ผู้หญิงและผู้ชายมีทัศนคติและความรู้สึกนึกคิดต่อผู้หญิงที่ต่างกัน

Note

Typescript (photocopy)

 

Thesis (M.A.)--Chulalongkorn University, 1983

 

Pranee Kullavanijaya, advisor