Author

Wanjilyn Chutiwat

Title

The CH-C-S correspondence set in the transition area of Thai dialects in Uttaradit / Wanjilyn Chutiwat

Date

1990

   

Location

CL thesis

Source

195 leaves

Abstract

This thesis is a study of the ch-c-s correspondence set in the transition area of Thai dialects in Uttaradit Province, with an aim to explain the linguistic types at both speaker and location levels. The results have been used in defining dialect area and identifying dialect mixtures in the area. The data was collected by means of questionnaires containing 10 sound correspondence-testing words which were sent to the principals of 124 schools under the province's Elementary Education Office. The principals were asked to find five people in their respective villages as questionnaire respondents. The returned questionnaires accounted for 96.77 percent of the total number sent. The study results whow that Uttaradit's transition area has a total of 22 linguistic types at the speaker-level and 45 at the location-level. At the speaker-level, 4 types are classified as identical languages, and 18 are non-identical languages. At the location-level, 10 types are classified as identical languages and 35 are non-identical languages. The most widely used dialect in the area is Northeastern Thai dialect. Seven dialect areas were found in the area of study. There are three where a single dialect is spoken: the Central Thai, the Northern Thai and the Northeastern Thai areas. The other four areas use different mixtures of Thai dialects: Central-Northern, Central-Northeastern, Northern-Northeastern, and Central-Northern-Northeastern. As for dialect mixtures found in the transition area, there are two types of Central-Northern mixture; four types of Central-Northeastern mixture; four types of Northern-Northeastern mixture; and two types of Central-Northern-Northeastern mixture

 

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ศึกษาการใช้เสียงปฏิภาคชุด ช-จ-ซ ในบริเวณรอยต่อของภาษาไทยถิ่นในจังหวัดอุตรดิตถ์ วัตถุประสงค์ของการศึกษา เพื่ออธิบายลักษณะภาษาในบริเวณรอยต่อของภาษาทั้งในระดับบุคคลและในระดับจุดเก็บข้อมูล และเพื่อนำผลที่ได้มากำหนดเขตภาษา รวมทั้งศึกษาการปะปนของภาษาในบริเวณรอยต่อของภาษาด้วย

การศึกษาครั้งนี้ได้ใช้วิธีเก็บข้อมูลด้วยการส่งแบบสอบถามซึ่งประกอบด้วยคำที่ใช้ทดสอบเสียงปฏิภาค 10 คำ แบบสอบถามถูกส่งไปยังอาจารย์ใหญ่ของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดอุตรดิตถ์ จำนวนทั้งสิ้น 124 โรงเรียน อาจารย์ใหญ่แต่ละโรงเรียน จะเป็นผู้หาผู้ตอบแบบสอบถามที่เป็นชาวบ้านในหมู่บ้าน จำนวน 5 คน แบบสอบถามที่ได้รับกลับคืนมาคิดเป็นร้อยละ 96.77 ของแบบสอบถามที่ถูกส่งไปทั้งหมด

ผลการวิจัยแสดงว่า ในบริเวณรอยต่อของภาษาไทยถิ่นในจังหวัดอุตรดิตถ์มีภาษาที่ใช้ในระดับบุคคลอยู่ 22 ลักษณะ และภาษาที่ใช้ในระดับจุดเก็บข้อมูล 45 ลักษณะ ภาษาในระดับบุคคล แบ่งออกได้เป็นภาษาเหมือน 4 ลักษณะ และภาษาไม่เหมือน 18 ลักษณะ ภาษาในระดับจุดเก็บข้อมูลแบ่งออกได้เป็นภาษาเหมือน 10 ลักษณะ และภาษาไม่เหมือน 35 ลักษณะ ภาษาที่ใช้มากที่สุดทั้งในระดับบุคคล และในระดับจุดเก็บข้อมูลในบริเวณรอยต่อของภาษาแห่งนี้ คือ ภาษาไทยถิ่นอีสาน

เขตภาษาที่พบในบริเวณรอยต่อของภาษาแห่งนี้ มี 7 เขต โดยแบ่งเป็นเขตที่ไม่มีการปะปนของภาษา 3 เขต ได้แก่ เขตภาษาไทยถิ่นกลาง เขตภาษาไทยถิ่นเหนือ และเขตภาษาไทยถิ่นอีสานและเขตที่มีการปะปนของภาษา 4 เขต ได้แก่ เขตภาษาที่มีการปะปนระหว่างภาษาไทยถิ่นกลางและภาษาไทยถิ่นเหนือ เขตภาษาที่มีการปะปนระหว่างภาษาไทยถิ่นกลางและภาษาไทยถิ่นอีสาน เขตภาษาที่มีการปะปนระหว่างภาษาไทยถิ่นเหนือและภาษาไทยถิ่นอีสาน และเขตภาษาที่มีการปะปนระหว่างภาษาไทยถิ่นกลาง ภาษาไทยถิ่นเหนือและภาษาไทยถิ่นอีสาน

ส่วนการปะปนของภาษาในบริเวณรอยต่อของภาษาแห่งนี้ พบว่า มีการปะปนระหว่างภาษาไทยถิ่นกลางและภาษาไทยถิ่นเหนือ 2 ลักษณะ การปะปนระหว่างภาษาไทยถิ่นกลางและภาษาไทยถิ่นอีสาน 4 ลักษณะ และการปะปนระหว่างภาษาไทยถิ่นกลาง ภาษาไทยถิ่นเหนือและภาษาไทยถิ่นอีสาน 2 ลักษณะ

เกณฑ์หรืออรรถลักษณ์ ที่ผู้พูดภาษาชาวเขาใช้ในการแบ่งกลุ่มสิ่งมีชีวิตได้สะท้อนให้เห็นการ

มองสิ่งมีที่เป็นหลายมิติ ลักษณะการจับกลุ่มที่พบทุกภาษาคือ การจับกลุ่มที่เป็นเผ่าเดียวกันหรือพันธุ์เดียวกัน และการจับกลุ่มที่พบในบางภาษาได้แก่การรวมเป็นคู่ ปรากฏในภาษาเมี่ยน-เย้า ม้งดำ ล่าหู่ชี่ อะข่า และลีซู การจับกลุ่มโดยพิจารณาเรื่องระยะห่างของสมาชิกในกลุ่มในภาษาเมื่ยน-เย้า และม้งดำ การเป็นลูกท้องเดียวกันหรือครอกเดียวกันปรากฎในภาษาม้งดำ ล่าหู่ซี่ อะข่า ลีซู และกะเหรี่ยงสะกอ การรวมกลุ่มในรูปแบบต่างๆ เช่นการเรียงเป็นแถวหรือกองสุมกันปรากฎในภาษา ล่าหู่ชี่ อะข่า และกะเหรี่ยงสะกอ และการจับกลุ่มที่ดูจากความมากน้อยของจำนวนสิ่งมีชีวิตปรากฎเฉพาะในภาษาล่าหู่ชี่

จากความคล้ายคลึงและความแตกต่างของเกณฑ์ที่ชาวเขาใช้ในการแบ่งกลุ่มสิ่งมีชีวิตนี้สะท้อน

ให้เห็นถึงความใกล้ชิดทางโลกทัศน์ของผู้พูดภาษาชาวเขาบางภาษา คือ ภาษาเมี่ยน-เย้ากับภาษาม้งดำและภาษาล่าหู่ชี่ อะข่า ลีซู กับกะเหรี่ยงสะกอ ในกลุ่มภาษาชาวเขา 4 ภาษานี้ พบว่าภาษาลี่หู่ชี่ กับภาษาอะข่า มีโลกทัศน์ที่คล้ายคลึงกันมากที่สุด ส่วนภาษาลีซู และภาษากะเหรี่ยงสะกอนั้นมีโลกทัศน์บางประการที่แตกต่างออกไปบ้างจากกลุ่ม

Note

Typescript (photocopy)

 

Thesis (M.A.)--Chulalongkorn University,1990

Alt author

วัลจิลีน ชูติวัตร

 

Chalida Rodjanawathanavuthi, advisor

 

Chulalongkorn University. Linguistics

ISBN

9745787329