|
Author |
Takahashi, Kiyoko |
|
Title |
Negation in Thai basic serial verb constructions / Kiyoko Takahashi |
|
Date |
1996 |
|
Location |
CL thesis |
|
Source |
160 leaves |
|
Abstract |
|
|
งานวิจัยชิ้นนี้มีวัตถุประสงค์ที่จะวิเคราะห์การปฏิเสธในหน่วยสร้างกริยาเรียงพื้นฐานในภาษาไทยกระสวนที่ 1 ถึง 12 ที่ ยาใจ ชูวิชา (2536) ได้จำแนกไว้ โดยวิเคราะห์ว่าขอบเขตการปฏิเสธในหน่วยสร้างกริยาเรียงแต่ละกระสวนมีรูปแบบใดบ้าง มีการตีความอย่างไร และวิเคราะห์หาข้อจำกัดทางวจนปฏิบัติศาสตร์ของพฤติกรรมในการปฏิเสธนั้นๆ ผู้วิจัยพบว่าขอบเขตการปฎิเสธในหน่วยสร้างกริยาเรียงพื้นฐานขึ้นอยู่กับตำแหน่งของปฏิเสธและชนิดของกระสวน ซึ่งสามารถจำแนกออกเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ได้ 4 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1 ประกอบด้วยกระสวนที่1 2 3 4 7ข 8 9 และ 12 ซึ่งมีลักษณะร่วมกัน คือ แสดงเหตุการณ์ซับซ้อน ซึ่งมีประเภทย่อยสองประเภท คือ 1 เหตุการณ์ที่เกิดพร้อมกันหรือเหตุการณ์ที่มองได้จากสองมิติ (กระสวนที่ 1 2 3 และ 6) และ 2. เหตุการณ์สองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องกันอย่างใกล้ชิด (กระสวนที่ 7ข 8 9 และ 12) การปฏิเสธกระสวนเหล่านี้จะครอบคลุมทั้งกริยาวลีตัวแรกและตัวที่สองในหน่วยสร้าง (ไม่+VP1+VP2) ในกรณีปกติเราจะไม่ปฏิเสธเฉพาะกริยาวลีตัวใดตัวหนึ่งในหน่วยสร้างกริยาเรียงในกระสวนเหล่านี้ เนื่องจากปฏิเสธเฉพาะกริยาวลีตัวใดตัวหนึ่งในหน่วยสร้างแล้วมักทำให้เกิดข้อมูลที่เกินความจำเป็นหรือข้อมูลที่ไม่มีค่าควรแก่การสื่อสาร กลุ่มที่ 2 ประกอบด้วยกระสวนที่ 4 และ 10 ซึ่งมีลักษณะร่วมกัน คือ แสดงการกระทำและผลจากการกระทำการปฏิเสธกระสวนเหล่านี้จะครอบคลุมกริยาวลีตัวที่สองในหน่วยสร้างเพียงตัวเดียว (VP1+ไม่+VP2) ในกรณีปกติเราจะปฏิเสธเฉพาะกริยาวลีตัวที่สองซึ่งแสดงผลจากการกระทำเท่านั้น เนื่องจากหน่วยสร้างกริยาเรียงกระสวนเหล่านี้มีหน้าที่หลักในการสื่อสาร คือให้ข้อมูลว่าด้วยผลจากการกระทำว่าได้ประสบผลหรือไม่ กลุ่มที่ 3 ประกอบด้วยกระสวนที่ 5ก 5ข และ 7ก ซึ่งมีลักษณะร่วมกันคือ แสดงความหมายที่มีความหลากหลายในแง่ความรู้สึกหรือการรับรู้ของมนุษย์ ซึ่งมีประเภทย่อยสองประเภทคือ 1. กริยาตัวที่หนึ่งแสดงความรู้สึกหรือการรับรู้ของมนุษย์ต่อการกระทำอย่างใดอย่างหนึ่ง (กระสวนที่ 5ก และ 5ข) และ 2. กริยาวลีตัวที่สองแสดงลักษณะของการกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งซึ่งเป็นการตีความหรือการพรรณาว่าด้วยลักษณะของการกระทำโดยผู้พูด (กระสวนที่ 7ก) การปฏิเสธกระสวนเหล่านี้จะครอบคลุมทั้งกริยาวลีตัวแรกและตัวที่สองในหน่วยสร้าง แต่ในกรณีพิเศษที่มีการคาดหมายดั้งเดิมว่าสภาพหรือเหตุการณ์ที่แสดงด้วยกริยาวลีตัวที่สองนั้นจะต้องมีหรือต้องเกิดขึ้น การปฏิเสธอาจครอบคลุมกริยาวลีตัวที่สองเพียงตัวเดียวก็ได้ กลุ่มที่ 4 ประกอบด้วยกระสวนที่ 11 ซึ่งแสดงสภาพที่มีลักษณะใดลักษณะหนึ่งเพียงกระสวนเดียว เราไม่สามารถนำคำปฏิเสธมาวางหรือแทรกเข้าไปในตำแหน่งใดในหน่วยสร้างกริยาเรียงกระสวนที่ 11 ได้ เนื่องจากประโยคปฏิเสธในกระสวนนี้ไม่สามารถสื่อความหมายที่มองเห็นภาพอย่างชัดเจนได้ จึงไม่มีเหตุผลที่จะใช้ในการสื่อสาร กล่าวโดยสรุป ข้อจำกัดในการปฏิเสธหน่วยสร้างกริยาเรียงพื้นฐานในกระสวนต่างๆ ล้วนเนื่องมาจากความพยายามของเราที่จะทำให้การสื่อสารมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น คือ พยายามหลีกเลี่ยงข้อมูลที่กำกวมหรือข้อมูลที่เกินความจำเป็นในการสื่อสารและข้อจำกัดทางด้านวัจนปฏิบัติศาสตร์ในการปฏิเสธหน่วยสร้างกริยาเรียงดังกล่าวมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับข้อจำกัดทางด้านการรับรู้ปรากฎการณ์ของมนุษย์เรา |
|
|
Note |
Typescript (photocopy) |
|
Thesis (M.A.)--Chulalongkorn University, 1996 |
|
|
Alt author |
ทาคาฮาชิ, คีโยโกะ |
| Kingkarn Thepkanjana, advisor | |
| Chulalongkorn University . Linguistics | |
|
ISBN |
9746332252 |