สาขาวิชาภาษาเวียดนาม
ภาควิชาภาษาตะวันออก คณะอักษรศาสตร์

“สาขาวิชาภาษาเวียดนาม” เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการเรียนการสอนภาษาเวียดนามของคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดสอนนิสิตทั้งในและนอกคณะ รวมถึงให้บริการวิชาการแก่บุคคลภายนอกที่สนใจภาษาและวัฒนธรรมเวียดนาม

Cover for สาขาวิชาภาษาเวียดนาม อักษรฯ จุฬาฯ - Vietnamese Chula
2,202
สาขาวิชาภาษาเวียดนาม อักษรฯ จุฬาฯ - Vietnamese Chula

สาขาวิชาภาษาเวียดนาม อักษรฯ จุฬาฯ – Vietnamese Chula

สาขาวิชาภาษาเวียดนาม ภาควิชาภาษาตะวันออก คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย | Vietnamese Section, Department of Eastern Languages, Faculty of Arts, Chulalongkorn University | Ngành tiếng Việt, Bộ môn Ngôn ngữ Phương Đông, Khoa Ngữ Văn, ĐH Chulalongkorn

วันก่อนแอดไปเจออาหารเวียดนามจานนี้มาวางคู่กับงานแกะสลักอลังการรูปนกยูง (ดูในคอมเมนต์).เห็นครั้งแรกคือ เอ๊ะ? กินได้มั้ยนะ?สวยเหมือนไม่ใช่ของกิน!.ได้ยินคนเรียกกันว่า "nem công chả phượng (phụng)" คำว่า công /กง/ = นกยูง 🦚 ส่วน phượng /เฝื่อง/ หรือ phụng /ฝุ่ง/ = นกฟีนิกซ์ค่ะ—————–พอไปค้นดูแล้ว nem công กับ chả phượng เป็นหนึ่งในอาหารชั้นสูงในวัฒนธรรมอาหารราชสำนักเว้ (คืออาหารชาววังดีๆ นี่แหละ!) และมักถูกกล่าวถึงในฐานะ "bát trân" หมายถึง "อาหารอันล้ำค่า 8 ชนิด" ซึ่งเคยสงวนไว้สำหรับเจ้านายชั้นสูงเท่านั้น อย่างรังนกหรืออุ้งตีนหมีก็รวมอยู่ในนี้ด้วย.ต้นกำเนิดของเมนูนี้ยังเป็นที่ถกเถียงกัน แต่ว่ากันว่าในอดีต เมนูนี้ทำจากเนื้อนกยูงแท้ๆ แต่ในปัจจุบัน ผู้คนได้ดัดแปลงโดยใช้วัตถุดิบที่หาได้ง่าย เช่น เนื้อหมู กุนเชียง ไข่ เห็ดหูหนูมาทำแทน .แล้วคือตกแต่งอย่างประณีตบรรจงมากๆ เช่นเอาแครอตงี้ หัวหอมงี้ พริกงี้ มาแกะสลักเป็นนกยูงหรือนกฟินิกซ์แบบเว่อวังมั่กกก! —————–โอเอ็มจี พอเห็นหางนกที่เรียงทีละชิ้นแล้ว….ตอนแรกไม่กล้าตักค่ะ เสียดาย 😂แต่จะอดใจได้ไงล่ะเนอะ.อร่อย!..ป.ล. แอดไม่ค่อยเชี่ยวชาญเรื่องอาหาร ปกติกินแต่ข้าววัดค่ะ 555 ใครมีข้อมูลอะไร สามารถเล่าสู่กันฟังได้เลยนะคะ!📖 อ่านเพิ่มเติม: tuoitre.vn/nem-cong-cha-phuong-mon-ngon-dung-dau-trong-tu-dai-bat-tran-20200110094506806.htm See MoreSee Less
View on Facebook
เห็นบ้อง…อย่าเพิ่งคิดว่าเป็นกัญชานะ!..ตอนที่แอดอยู่ฮานอย แอดชอบนั่งร้านน้ำชาบนทางเท้ามากค่ะ โอ๊ย น้ำชาอะไรแก้วละ 5.000 ด่ง (6 บาท) นั่งชมนกชมไม้ไถมือถือได้เป็นชั่วโมง แถมมีคุณลุงคุณอามานั่งเม้ามอยประวัติศาสตร์การเมืองให้ฟังอีก!.สักพักคุณลุงหยิบบ้องไม้ไผ่มาสูดฟืดยื่นให้คุณอาข้างๆ สูดอีกฟืด.เห็นครั้งแรกแอดก็แอบคิดว่า.เอ๊ะ! นี่มัน… 👀🟢..แต่ไม่ใช่นะคะ!.สิ่งที่คุณลุงคุณอากำลังสูบกันอยู่เรียกว่า "thuốc lào" /ท้วกหล่าว/ เป็นยาเส้น ยาสูบพื้นบ้านที่ผูกพันกับวิถีชีวิตของคนเวียดนาม โดยเฉพาะในภาคเหนือและภาคกลางตอนบนมายาวนานค่ะ.ส่วนเจ้าบ้องกระบอกยาวที่เราเห็นบ่อยๆ เรียกว่า điếu cày /เดี๊ยว-ไก่/ แบบดั้งเดิมมักทำจากไม้ไผ่ แต่ยังมีแบบอื่นๆ เช่น điếu bát /เดี๊ยว-บ๊าด/ คล้ายชามใส่น้ำ และพวกที่ทำจากไม้มีค่า กระดูกสัตว์ หรืองาช้าง บางทีถึงขั้นทำเป็นสินค้าส่งออกเลย มีหมู่บ้านหัตถกรรมที่ทำบ้องขายโดยเฉพาะด้วยนะ!.———————-ถ้าแยกแปลคำว่า thuốc làoจะได้ว่า thuốc /ท้วก/ = ยา, และ lào = ลาว .แอดไปค้นมาแล้ว พบว่ายาเส้นนี้อาจจะมีความเกี่ยวข้องกับลาวจริงๆ นะ! .บทความของสำนักข่าว VOV (อ้างอิงข้างล่าง) มีข้ออธิบายทางประวัติศาสตร์ว่า ยาสูบชนิดนี้แพร่เข้าสู่เวียดนามผ่านทางอาณาจักร Ai Lao หรือดินแดนลาวในปัจจุบัน จึงเกิดชื่อเรียกว่า thuốc lào ขึ้นมา ก่อนที่เกษตรกรชาวเวียดนามจะเริ่มพัฒนาเทคนิคการปลูกและการแปรรูปเป็นยาสูบ ดังที่สุดคือที่ Thanh Hóa กับ Hải Phòng ค่ะ.———————-ในวิถีชีวิตแบบดั้งเดิม thuốc lào เคยเป็นของที่นำออกมาต้อนรับและแบ่งปันกันในวงสนทนา บทความบอกว่า."ที่ประตูหมู่บ้าน ท่าเรือริมแม่น้ำ หรือร้านขายน้ำชาริมทาง การจุดท่อสูบยา ส่งต่อให้กัน และพ่นควันออกมา กลายเป็นวิธีง่ายๆ ที่คนทำงานทั่วไปใช้ในการสื่อสารกัน…".พูดง่ายๆ คือเหมือนกับการนำหมากพลูหรือน้ำชามารับแขกนั่นเองค่ะ.ปัจจุบันก็ยังเห็นได้อยู่ตามร้านน้ำชา แต่คุณหมอไม่แนะนำให้ใช้บ้องร่วมกันด้วยเหตุผลเรื่องสุขอนามัย 😅 (และคุณหมอก็เตือนอีกว่ายาสูบเหล่านี้มีปริมาณนิโคตินสูงมาก และมีผลเสียต่อสุขภาพคล้ายกับบุหรี่ ซึ่งมีผลเสียต่อร่างกาย ไม่แนะนำให้สูบเยอะด้วย) .———————-ที่แอดชอบที่สุดอยู่ตรงนี้ค่ะ.ในเวียดนามมีการเปรียบคนที่ติด thuốc lào ว่าพอไม่ได้สูบแล้วก็คิดถึงเสียเหลือเกินราวกับกำลังคิดถึงคนรัก เลยมีบทกลอนพื้นบ้านที่ว่า.“Nhớ ai như nhớ thuốc làoĐã chôn điếu xuống lại đào điếu lên.”.คิดถึงใครเหมือนคิดถึงยาเส้นฝังบ้องลงไปแล้ว ยังต้องขุดขึ้นมาอีก (เอ้า!).สำนวนนี้ เขาว่ามันผูกกับเรื่องเล่าที่ว่า ในสมัยพระเจ้าจิ่งเซิม (1739-1782) ทหารสูบยาเส้นกันจนเกิดไฟไหม้หลายครั้ง พระองค์เลยสั่งให้เอาบ้องไปฝัง แต่พี่ๆ ทหารดันหัวใส ฝังบ้องไว้โดยเหลือส่วนที่จำเป็นสำหรับสูบโผล่พ้นดินขึ้นมา เลยยังสูบต่อได้เหมือนเดิม 😂 พระเจ้าจิ่งเซิมจึงยกเลิกคำสั่งให้ฝังบ้องในที่สุด..จะหักอื่นขืนหักก็จักได้แต่หักใจ เอ๊ย! หักยาเส้น นี้ไม่หลุดสุดจะหักนะค้า.แง้ เริ่มที่บ้องยาสูบ จบที่เลิฟสตอรี่อีกแล้ว!.#เวียดนาม #ภาษาเวียดนาม—————————–อ่านเพิ่มเติม:1. Vì sao gọi là thuốc lào?vov.vn/doi-song/vi-sao-goi-la-thuoc-lao-post1312675.vov2. Nhớ ai như nhớ thuốc làotuoitre.vn/giaoduc/nho-ai-nhu-nho-thuoc-lao-10846675.htm See MoreSee Less
View on Facebook
ตำนาน Ngày lễ Thất tịch 🎇❤️..วันนี้เป็นวันที่ 7 เดือน 7 ตามปฏิทินจันทรคติ ซึ่งถือเป็น "วันแห่งความรัก" ของโลกตะวันออก ที่จีนเรียกว่า “เทศกาลชีซี” (Qixi/七夕) ญี่ปุ่นเรียกเทศกาล “ทานาบาตะ” (Tanabata/たなばた) ที่เกาหลีเรียก “เทศกาลชิลซ็อก” (Chilseok / 칠석).ส่วนที่เวียดนามเรียกว่า"Lễ Thất tịch" /เหล เทิ้ด ติก/หรือ "Ngày Ông Ngâu Bà Ngâu"/ไหง่ อง เงิว บ่า เงิว/.แอดเลยอยากเอาตำนานที่เกี่ยวกับวันนี้มาเล่าให้ทุกคนฟัง แต่จริงๆ ก็น่าจะเป็นตำนานที่คุ้นหูหลายๆ คน เพราะว่ามีที่มาจากตำนานจีนเรื่องสาวทอผ้ากับหนุ่มเลี้ยงวัวนั่นเองค่ะ—————-แอดเคยโพสต์เรื่องนี้ลงในเพจ "้เวียดนาม-จับ-จด" เมื่อปี 2024 ขออนุญาตรีรันนะคะ วันนี้แอดรีบ ต้องไปหาซื้อถั่วแดงต้มน้ำตาล (chè đậu đỏ) จะได้โชคดีเรื่องความรักค่ะ กรี๊ด!—————-ตำนานของเรื่องมีหลายเวอร์ชั่น แต่ทั้งหมดเล่าเรื่องราวความรักระหว่างหนุ่มเลี้ยงควาย Ngưu Lang /งืว ลาง/ กับเทพธิดาทอผ้าที่ชื่อ Chức Nữ /จึ๊ก หนือ/ วันนี้เลยหยิบมาเล่าสองเวอร์ชั่นนะคะ.『เวอร์ชั่นแรก 』.Ngưu Lang เป็นหนุ่มเลี้ยงควายจนๆ แต่มีจิตใจงดงามเช้งกะเด๊ะ ตกหลุมรักกันกับนางฟ้าทอผ้าคือ Chức Nữ แล้วแต่งงานมีลูกด้วยกัน แต่วันนึงนางถูกเรียกตัวกลับสวรรค์ ชายหนุ่มวิ่งตามไป แต่ดันโดนแม่น้ำ Thiên Hà ที่กั้นระหว่างโลกมนุษย์กับโลกสวรรค์ขวางไว้ เจ้าหนุ่มรอแล้วรอเล่าอยู่ริมแม่น้ำจนกลายเป็นดวงดาว เบื้องบนเห็นใจในความรักบริสุทธิ์ของทั้งคู่ จึงยอมให้มาพบกันได้ปีละครั้งที่สะพาน Ô thước ในวันที่ 7 เดือน 7 ของทุกปี.『เวอร์ชั่นสอง 』.ชายหนุ่มยากจนคนหนึ่งได้เห็นเหล่านางฟ้าลงมาเล่นน้ำในทะเลสาบ พอได้ชมความงามก็หลงรักสุดๆ เจ้าหนุ่มเลยขโมยปีกของ Chức Nữ หนึ่งในแก๊งนางฟ้ามาซ่อน พอนางบินกลับสวรรค์ไม่ได้ ก็เลยต้องอยู่บนโลกมนุษย์ แต่งงานมีลูกกับชายหนุ่มตามแผน (น่าตีจริงๆ!) วันหนึ่ง นางไปค้นเจอปีกซ่อนอยู่ในถังข้าว (หรือรวงข้าวนี่แหละ 555) ก็เลยสวมปีกแล้วบินหนีกลับสวรรค์ไป.ชายหนุ่มอยู่แบบขาดเมียไม่ได้ ก็เลยกระเตงลูกไปตามหาบนสวรรค์จนพบ แต่ด้วยกฎที่ว่าห้ามมนุษย์อยู่บนนั้น ลอบเจอกันได้ไม่กี่วัน นางฟ้าเลยต้องส่งสามีกับลูกกลับ โดยส่งกลองกับห่อข้าวให้ กำชับว่าถ้าถึงบ้านแล้วให้ตีกลอง.แต่ระหว่างทาง ลูกหิวข้าว แต่ดั๊นทำข้าวหกใส่หน้ากลอง อีกาเห็นก็บินมาจิก เกิดเสียงดังป๊องๆ แป๊งๆ Chức Nữ ได้ยิน นึกว่าถึงบ้านแล้วเลยตัดเชือก พ่อลูกตกลงทะเลตุยเย่ พอนางรู้แบบนั้นก็ร้องไห้ปานจะขาดใจ จักรพรรดิ์หยกสงสารเลยรับพ่อลูกขึ้นมาบนสวรรค์แล้วมอบหมายให้ชายหนุ่มทำงานเลี้ยงควายอยู่อีกฝั่งของแม่น้ำ โดยให้เจอกันแค่ปีละครั้งในวันที่ 7 เดือน 7 – แล้วพอเจอกัน เค้าว่าทั้งคู่ร้องไห้จนกลายเป็นฝนตกหนักบนโลกเลยทีเดียว——————🌈 ในวันนี้ของทุกปี จะมีขนมชนิดนึงขายดีมากๆ นั่นคือ “ถั่วแดงต้มน้ำตาล” (chè đậu đỏ) หลายคนมีความเชื่อว่าถ้ากินแล้วจะโชคดีเรื่องความรัก ถ้าโสดจะมีแฟน ถ้ามีแฟนแล้วจะมีรักมั่นคง จนมีคำกล่าวว่า “ăn đậu đỏ thoát ế” (กินถั่วแดงแล้วจะขายออก) กันเลยทีเดียว มีข่าวออกว่าบางทีร้านยังทำไม่พอขายเลย 😂.และได้ข่าวว่าวัดห่า (chùa Hà) ซึ่งเป็นวัดในฮานอยที่โด่งดังเรื่องความรักก็เนืองแน่นไปด้วยหนุ่มสาวเช่นเดียวกันค่ะ .แอดต่อคิวรอประทานพรอยู่ เมื่อไหร่เจ้าแม่จะให้คิวคะ?.——————ถ้าใครสนใจ มีบทความ "Mọi người thường làm gì trong ngày Thất tịch 7/7 âm lịch?" ที่อธิบายว่าผู้คนมักจะทำอะไร/ห้ามทำอะไรในช่วงเทศกาลเทิ้ดติก สามารถจิ้มเข้าไปอ่านได้เลยค่ะ: vov.vn/doi-song/moi-nguoi-thuong-lam-gi-trong-ngay-that-tich-77-am-lich-post1325037.vov#เวียดนาม #ภาษาเวียดนาม See MoreSee Less
View on Facebook