อัตลักษณ์ความเป็นมอญกับประเพณีพิธีกรรมของชาวมอญที่บ้านวังกะ อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี

อัตลักษณ์ความเป็นมอญกับประเพณีพิธีกรรมของชาวมอญที่บ้านวังกะ อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี

เนตรนภา วรวงษ์

วิทยานิพนธ์อักษรศาสตรดุษฎีบัณฑิต
ภาควิชาภาษาไทย
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ปีการศึกษา ๒๕๖๕

วัตถุประสงค์ของการวิจัย
๑. ศึกษาประเพณีสิบสองเดือนและประเพณีเกี่ยวกับชีวิตของชาวมอญที่บ้านวังกะ อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี
๒. วิเคราะห์อัตลักษณ์ความเป็นมอญบ้านวังกะจากประเพณีพิธีกรรมดังกล่าว
๓. วิเคราะห์บทบาทหน้าที่ของประเพณีพิธีกรรมที่สืบทอดและนำเสนอความเป็นมอญบ้านวังกะในบริบทสังคมไทยร่วมสมัย

สมมติฐานของการวิจัย
ชาวมอญพลัดถิ่นที่บ้านวังกะ อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี มีความพยายามในการธำรงและสืบทอดอัตลักษณ์วัฒนธรรมความเป็นมอญที่นับถือผีบรรพบุรุษและนับถือพุทธศาสนาอย่างเคร่งครัด แม้จะเริ่มเข้ามาอยู่ในประเทศไทยและปัจจุบันยังคงอพยพเข้ามาเพิ่มเติมนับเป็นเวลา ๗ ทศวรรษแล้ว แต่ในบริบทที่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของรัฐไทย รวมทั้งการเปิดชุมชนเพื่อการท่องเที่ยว ทำให้ชาวมอญกลุ่มนี้อยู่ในภาวะที่ต้องเลือกนำเสนออัตลักษณ์ความเป็นมอญที่เคร่งครัดในพุทธศาสนาผ่านประเพณีสิบสองเดือนที่จัดขึ้นที่วัดวังก์วิเวการามซึ่งเป็นศูนย์รวมของชาวมอญในขณะที่อัตลักษณ์ความเป็นมอญที่ยังนับถือผีบรรพบุรุษอย่างเคร่งครัดยังคงสืบทอดในระดับครอบครัวและชุมชนผ่านประเพณีพิธีกรรมเกี่ยวกับชีวิต

บทคัดย่อ
วิทยานิพนธ์นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประเพณีพิธีกรรมของชาวมอญบ้านวังกะในฐานะเครื่องมือสืบทอดและนำเสนอความเป็นมอญ พร้อมทั้งวิเคราะห์อัตลักษณ์และบทบาทของประเพณีพิธีกรรมดังกล่าวในบริบทสังคมไทยร่วมสมัย ผู้วิจัยเก็บข้อมูลระหว่างปี พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๖๔ ในชุมชนมอญบ้านวังกะ อำเภอสังขละบุรีจังหวัดกาญจนบุรี

ผลการศึกษาพบว่า ชาวมอญบ้านวังกะอพยพมาจากหลากหลายพื้นที่ในรัฐมอญ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ประเพณีพิธีกรรมของชาวมอญบ้านวังกะสะท้อนอัตลักษณ์การนับถือพุทธศาสนาควบคู่กับการนับถือผีบรรพบุรุษ ประเพณีสิบสองเดือนมีทั้งหมด ๑๗ ประเพณีเป็นประเพณีระดับชุมชนที่มักเกี่ยวเนื่องกับพระพุทธศาสนาโดยมีวัดวังก์วิเวการามและเจดีย์พุทธคยาเป็นศูนย์กลางการประกอบพิธีกรรม ประเพณีเกี่ยวกับชีวิตมีทั้งหมด ๗ ประเพณีเป็นประเพณีในระดับครอบครัวและระดับชุมชนเกี่ยวเนื่องกับพิธีกรรมในระยะเวลาเปลี่ยนผ่านของชีวิต ประเพณีสิบสองเดือนเป็นศูนย์รวมชาวมอญพลัดถิ่นในอำเภอสังขละบุรีที่อพยพมาจากที่ต่าง ๆ หลอมรวมให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันและก่อให้เกิดพลังทางสังคม ส่วนประเพณีเกี่ยวกับชีวิตช่วยยึดโยงความเป็นมอญดั้งเดิมจากสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา

ในบริบทของการท่องเที่ยว ชุมชนมอญบ้านวังกะเปิดเป็นชุมชนเพื่อการท่องเที่ยว ชาวมอญเลือกประเพณีสิบสองเดือนซึ่งสะท้อนอัตลักษณ์การนับถือพระพุทธศาสนาอย่างเคร่งครัด ได้แก่ ประเพณีสงกรานต์ประเพณีรดน้ำต้นโพธิ์และตลาดนิพพาน และประเพณีลอยเรือสะเดาะเคราะห์ให้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว ส่วนประเพณีเกี่ยวกับชีวิตซึ่งสะท้อนอัตลักษณ์การนับถือผีบรรพบุรุษยังคงแนบแน่นในวิถีชีวิตของชาวมอญบ้านวังกะ ประเพณีพิธีกรรมของชาวมอญบ้านวังกะเป็นทุนทางวัฒนธรรมที่นำมาใช้เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ และเป็นเครื่องมือในการธำรงและสืบทอดวัฒนธรรมความเป็นมอญ บริบทสังคมไทยส่งผลต่อการปรับเปลี่ยนประเพณีพิธีกรรมแต่ยังคงอัตลักษณ์ความเป็นมอญบ้านวังกะอย่างเด่นชัด ขณะเดียวกันชาวมอญบ้านวังกะมีความพยายามในการธำรงและสืบทอดสำนึกชาติพันธุ์และอัตลักษณ์วัฒนธรรมความเป็นมอญผ่านการประกอบประเพณีพิธีกรรมต่าง ๆ

ประเพณีพิธีกรรมของชาวมอญบ้านวังกะมีบทบาทในการแสดงอัตลักษณ์ความเป็นมอญและสืบทอดสำนึกชาติพันธุ์รวมทั้งยังมีบทบาทในการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดกาญจนบุรีให้น่าสนใจ โดดเด่นและแตกต่างจากที่อื่น นอกจากนี้ยังมีบทบาทในการสร้างความมั่นคงทางจิตใจ รักษาระเบียบแบบแผนของสังคมมอญ ให้ความเพลิดเพลินและเป็นทางออกให้กับความคับข้องใจ และเป็นศูนย์รวมและสร้างความสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของกลุ่มชาวมอญพลัดถิ่นในอำเภอสังขละบุรี

งานวิจัยนี้จึงชี้ให้เห็นความสำคัญของข้อมูลคติชนวิทยาประเภทประเพณีพิธีกรรมที่สัมพันธ์กับเรื่องอัตลักษณ์รวมทั้งนำไปสู่ความเข้าใจเรื่องคติชนสร้างสรรค์มอญศึกษา และการศึกษาคนพลัดถิ่น

อ่านวิทยานิพนธ์ฉบับออนไลน์ได้ที่
Chula DigiVerse: Digital Preservation of Chulalongkorn University

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *