อักษรศาสตร์ดีเด่น ประจำปี ๒๕๖๘

พลตรีหญิงอรุณพร พิธานสมบัติ (อักษรศาสตรบัณฑิตรุ่นที่ ๓๐)

หลังสำเร็จการศึกษาอักษรศาสตรบัณฑิต ได้เริ่มทำงานในตำแหน่งอาจารย์สอนภาษาอังกฤษในโรงเรียนทหารสรรพาวุธ กรมสรรพาวุธทหารบก ได้พัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนภาษาอังกฤษทั้งหลักสูตรปกติสำหรับข้าราชการทหารและนักเรียนนายสิบของกรมสรรพาวุธทหารบก และหลักสูตรเร่งรัดเพื่อการสอบไปศึกษาในโรงเรียนทหารที่สหรัฐอเมริกา ได้จัดทำตำราเรียนเป็นรูปเล่มสำหรับการเรียนการสอนซึ่งแต่เดิมไม่เคยมี รวมทั้งได้เปิดหลักสูตรอบรมเพื่อเพิ่มทักษะในการสอน ทักษะในการทำแผนบทเรียน เทคนิคการออกข้อสอบและการประเมินผลให้แก่อาจารย์ในโรงเรียนทหารสรรพาวุธด้วย

หลังจากผ่านหลักสูตรอบรมนายทหารประวัติศาสตร์และพิพิธภัณฑ์ทหารจากกรมการศึกษาวิจัย กองบัญชาการทหารสูงสุดแล้ว พลตรีหญิงอรุณพร พิธานสมบัติ มีแนวคิดที่จะจัดทำพิพิธภัณฑ์ทหารสรรพาวุธอย่างเป็นการถาวรเนื่องจากพบว่ามีอาวุธยุทโธปกรณ์โบราณเป็นจำนวนมากในคลัง จึงได้ริเริ่มโดยขออนุมัติจัดนิทรรศการแสดงวิวัฒนาการการใช้อาวุธยุทโธปกรณ์ในยุคสมัยต่างๆ ในวาระที่กรมสรรพาวุธทหารมีอายุครบ ๘๖ ปี อันได้นำไปสู่การจัดตั้งพิพิธภัณฑ์อย่างถาวรของกรมสรรพาวุธทหารบกในเวลา ๒ ปีต่อมา นอกจากนั้นยังเป็นผู้ริเริ่มในการค้นหาและอนุรักษ์ดาบไทยสมัยอยุธยาตอนปลายที่มีอยู่ในพิพิธภัณฑ์ด้วย โดยได้ดำเนินการให้ผู้เชี่ยวขาญด้านอาวุธโบราณจัดซ่อมให้คืนสภาพดาบเพียง ๑ ใน ๘ ใบ ซึ่งปัจจุบันได้จัดแสดงดาบเล่มนี้ในพิพิธภัณฑ์ด้วย

เมื่อลาออกจากราชการแล้ว พลตรีหญิงอรุณพร พิธานสมบัติ ได้ไปเป็นที่ปรึกษาของศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ผลงานสำคัญคือได้ตรวจแก้ไขต้นฉบับหนังสือ “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถกับงานส่งเสริมศิลปาชีพ” เรียบเรียงและจัดทำบทความเรื่อง “งานส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ” นอกจากนั้นได้เป็นประธานการประชุมเตรียมการจัดงานประเพณีลอยกระทงซึ่งเป็นกิจกรรมประจำปี แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่มีการเชิญเอกอัครราชทูตหรือผู้แทนจากนานาประเทศเข้าร่วมด้วย ซึ่งนับเป็นประสบการณ์ใหม่สำหรับผู้ที่อยู่ในแวดวงของทหารมาโดยตลอด แต่ก็สามารถปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี

จากปี พ.ศ. ๒๕๖๐ เป็นต้นมา พลตรีหญิงอรุณพร พิธานสมบัติ มีผลงานที่สำคัญและนับว่ายาก ใช้เวลาในการทำงานนานที่สุด และนับเป็นเกียรติยศสูงสุด คือการทำหน้าที่ที่ปรึกษาและบรรณาธิการตรวจสอบ แก้ไขต้นฉบับจดหมายเหตุของกรมสรรพาวุธทหารบกในภารกิจการสนับสนุนงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซึ่งถือเป็นภารกิจสำคัญที่กำลังพลของกรมสรรพาวุธทหารได้ทุ่มเทแรงกาย แรงใจ และสติปัญญาเพื่อความสำคัญของงาน เนื่องจากเป็นงานใหม่ของกรมสรรพาวุธทหารบก ไม่มีผู้ใดมีประสบการณ์มาก่อน จึงมีขั้นตอนการดำเนินงานที่ต้องใช้เวลา และสามารถสำเร็จลุล่วงลงได้เป็นอย่างดี

ด้วยความรู้ความสามารถทางอักษรศาสตร์ รวมถึงด้านอื่น ๆ มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ชัด สมาคมนิสิตเก่าอักษรศาสตร์ จุฬาฯ จึงขอประกาศยกย่อง พลตรีหญิงอรุณพร พิธานสมบัติ เป็น นิสิตเก่าอักษรศาสตร์ จุฬาฯ ดีเด่น ประจำปี ๒๕๖๘

ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร. ปิยนาถ บุนนาค (อักษรศาสตรบัณฑิตรุ่นที่ ๓๓)

หลังสำเร็จการศึกษาจากคณะอักษรศาสตร์ เกียรตินิยมอันดับ ๒ และอักษรศาสตรมหาบัณฑิตสาขาวิชาประวัติศาสตร์ ได้เริ่มทำงานเป็นอาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ ได้เจริญก้าวหน้าในตำแหน่งวิชาการมาตามลำดับ ได้รับการแต่งตั้งเป็นหัวหน้าภาควิชาประวัติศาสตร์ เป็นระยะเวลาเกือบ ๘ ปี ได้ดำเนินการเปิดหลักสูตรปริญญาดุษฎีบัณฑิต สาขาประวัติศาสตร์ซึ่งนับเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกในประเทศไทยที่มีการเรียนการสอนในระดับปริญญาดุษฎีบัณฑิตสาขาประวัติศาสตร์ ทั้งยังได้ปรับปรุงหลักสูตรระดับปริญญาตรีและปริญญาโท สาขาวิชาประวัติศาสตร์ให้เหมาะสมกับความต้องการของบ้านเมืองในขณะนั้น นอกจากนั้นยังได้ส่งเสริมและสร้างบุคลากรรุ่นใหม่สำหรับภาควิชาทั้งในด้านการสนับสนุนแหล่งทุน ส่งเสริมให้เสนอผลงานทางวิชาการในที่ประชุมระดับนานาชาติและไปดูงานในต่างประเทศทั้งในเอเชียและยุโรป

ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.ปิยนาถ บุนนาค ได้ดำรงตำแหน่งสำคัญๆ ทั้งในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและคณะอักษรศาสตร์หลายตำแหน่ง เช่น ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการหอประวัติจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในระหว่างปี ๒๕๔๕-๒๕๕๑ ตลอดระยะเวลา ๖ ปีที่เป็นผู้บริหารหน่วยงานนี้ ได้ร่วมมือกับผู้ร่วมงานสร้างสรรค์ผลงานทางประวัติศาสตร์ให้กับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและวงการศึกษาไทยอย่างมาก ทั้งงานวิจัย หนังสือ เอกสาร รูปภาพ มีการจัดระเบียบหมวดหมู่ของข้อมูลหลักฐานทางประวัติศาสตร์ จัดนิทรรศการ จัดบรรยายพิเศษ สัมมนาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้อำนวยการศูนย์ประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ไทยกับประเทศในเอเชีย คณะอักษรศาสตร์ได้จัดการประชุมนานาชาตินักประวัติศาสตร์แห่งเอเชียขึ้นในประเทศไทย ซึ่งเป็นการจัดครั้งที่ ๑๔ ของโลกและครั้งที่ ๒ ของประเทศไทย โดยศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.ปิยนาถ บุนนาค เป็นประธานของการประชุมในครั้งนี้

หลังเกษียณอายุราชการศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร. ปิยนาถ บุนนาค ยังมีผลงานในฐานะราชบัณฑิต สำนักงานราชบัณฑิตสภา จนถึงปัจจุบัน โดยเป็นกรรมการและประธานในคณะทำงานหลายคณะ เช่น เป็นประธานคณะกรรมการเฉพาะกิจจัดทำประวัติศาสตร์จากคำบอกเล่า ๑๐๐ ปีราชบัณฑิตตยสภา เป็นบรรณาธิการในคณะบรรณาธิการจัดทำสารานุกรมประวัติศาสตร์ไทยของสำนักงานราชบัณฑิตยสภา เป็นต้น ทั้งหมดล้วนเป็นประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติโดยเฉพาะในประเภทวิชาประวัติศาสตร์ทั้งในเรื่องแนวคิด วิธีการทางประวัติศาสตร์และรัฐศาสตร์

ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร. ปิยนาถ บุนนาค ได้รับเชิญเป็นวิทยากรให้กับหน่วยงานต่างๆเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ไทย โดยเฉพาะเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ประวัติศาสตร์จากคำบอกเล่า นอกจากนั้นยังได้รับเชิญเป็นหัวหน้าในการทำวิจัยของหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ อันได้แก่ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สถาบันพระปกเกล้า สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงการต่างประเทศ Lee Foundation ประเทศสิงคโปร์ เป็นต้น

ด้วยความรู้ความสามารถทางอักษรศาสตร์ มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ชัด สมาคมนิสิตเก่าอักษรศาสตร์ จุฬาฯ จึงขอประกาศยกย่องศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร. ปิยนาถ บุนนาค เป็น นิสิตเก่าอักษรศาสตร์ จุฬาฯ ดีเด่น ประจำปี ๒๕๖๘

รองศาสตราจารย์ ดร. วัลยา วิวัฒน์ศร (อักษรศาสตรบัณฑิตรุ่นที่ ๓๓)

หลังสำเร็จการศึกษาอักษรศาสตรบัณฑิต เกียรตินิยม อันดับ ๒ และปริญญาโทจากมหาวิทยาลัย Dijon ประเทศฝรั่งเศส ในปี ๒๕๑๔ ได้เข้ารับราชการในตำแหน่งอาจารย์สอนภาษาฝรั่งเศส ภาควิชาภาษาตะวันตก คณะอักษรศาสตร์ และหลังสำเร็จการศึกษาต่อในระดับปริญญาเอกจากประเทศฝรั่งเศส ได้กลับมาปฏิบัติงานในคณะอักษรศาสตร์ต่อ ได้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าภาควิชาภาษาตะวันตก ในระหว่างดำรงตำแหน่งหัวหน้าภาควิชา ได้ทำการปรับปรุงหลักสูตรสาขาวิชาภาษาฝรั่งเศส อีกทั้งได้ร่วมกับคณาจารย์สร้างตำราเพื่อการสอนภาษาฝรั่งเศสสำหรับนิสิตชั้นปีที่ ๑ และปีที่ ๒ ใหม่ ทั้งยังได้ริเริ่มโครงการต่างๆ หลายโครงการ เช่น โครงการหลักสูตรปริญญาเอกสาขาภาษาฝรั่งเศสซึ่งเริ่มเปิดสอนในปี พ.ศ. ๒๕๓๘ โครงการเปิดสอนภาษาฝรั่งเศสด้านวิทยาศาสตร์และธุรกิจ โครงการร่วมมือทางวิชาการและแลกเปลี่ยนอาจารย์กับมหาวิทยาลัยควีเบกที่มอนทรีล ประเทศแคนาดา ได้เริ่มจัดสัมมนาระดับชาติเรื่อง “ภาษาและวรรณคดีฝรั่งเศส” นอกจากนั้นยังได้กำกับดูแลช่วยเหลือสาขาวิชาภาษาเยอรมัน ภาษาสเปน และภาษาอิตาเลียน และรับผิดชอบดูแลการเปิดสอนวิชาภาษารัสเซีย ซึ่งเริ่มเปิดสอนในฐานะวิชาเลือกเสรี จนพัฒนาเป็นหลักสูตรวิชาโท และในปัจจุบันสาขาวิชาภาษารัสเซียเป็นหลักสูตรวิชาเอกของคณะอักษรศาสตร์

รองศาสตราจารย์ ดร.วัลยา วิวัฒน์ศร มีผลงานทางวิชาการหลากหลายและเป็นจำนวนมาก ทั้งทางด้านงานวิจัย ตำรา บทวิจารณ์ และงานแปล จนได้รับรางวัลเกียรติยศ อิสริยาภรณ์ศิลปะและอักษรศาสตร์ชั้นอัศวิน (Chevalier de l’ Ordre des Arts et des Lettres) จากกระทรวงวัฒนธรรม ประเทศฝรั่งเศส ในฐานะนักวิชาการและนักแปลผู้เผยแพร่วรรณคดีฝรั่งเศสแก่ชาวไทย รางวัลสุรินทราชา จากสมาคมนักแปลและล่ามแห่งประเทศไทย และรางวัลพระยาอนุมานราชธน ประเภทหนังสือแปลดีเด่น เรื่อง ซึ่งมิอาจปลอบประโลม

รองศาสตราจารย์ ดร.วัลยา วิวํฒน์ศร เป็นผู้มีจิตเมตตาเป็นกุศล ได้สละเงินประจำตำแหน่งเป็นเวลา ๙ เดือน เนื่องจากภาวะวิกฤตทางเศรษฐกิจของประเทศ จึงได้รับประกาศเกียรติคุณจากสำนักนายกรัฐมนตรี จากการเสียสละในครั้งนี้ นอกจากนั้นได้ร่วมงานกับโครงการจุฬาชนบท จึงได้จัดตั้งกองทุนปันรักเพื่อการศึกษาของเด็กในชนบทรวมทั้งสิ้น ๑๗ จังหวัด โดยได้รับความร่วมมือจากเพื่อนๆ รุ่นพี่และรุ่นน้องในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยเริ่มด้วยการให้ทุนในระดับประถมและมัธยม ต่อมาจึงได้ขยายให้ทุนจนจบระดับปริญญาตรี มีจำนวนเด็กที่ได้รับความช่วยเหลือไม่ต่ำกว่า ๒๐๐ คน แต่กองทุนนี้ได้ยุติไปหลังเกษียณอายุราชการได้ ๕ ปี

ด้วยความรู้ความสามารถ และมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ชัด สมาคมนิสิตเก่าอักษรศาสตร์ จุฬาฯ จึงขอประกาศยกย่อง รองศาสตราจารย์ ดร.วัลยา วิวัฒน์ศร เป็น นิสิตเก่าอักษรศาสตร์ จุฬาฯ ดีเด่น ประจำปี ๒๕๖๘

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธีระ นุชเปี่ยม (อักษรศาสตรบัณฑิต รุ่นที่ ๓๖)

หลังสำเร็จการศึกษาอักษรศาสตรบัณฑิตแล้ว ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธีระ นุชเปี่ยม ได้ไปศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยแลงแคสเตอร์ สหราชอาณาจักร จนจบปริญญาเอกทางด้านรัฐศาสตร์ และเริ่มทำงานเป็นอาจารย์ที่คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เจริญก้าวหน้าตามลำดับในตำแหน่งหัวหน้าภาควิชาสังคมศาสตร์ คณบดีคณะอักษรศาสตร์ และรองอธิการบดี ฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ และฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยศิลปากร

ขณะดำรงตำแหน่งคณบดีคณะอักษรศาสตร์ ได้รับมอบหมายจากอธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากรให้จัดทำหนังสือที่ระลึกครบรอบ ๕๐ ปีการก่อตั้งมหาวิทยาลัย ได้เรียบเรียงเองทั้งหมดเป็นภาษาอังกฤษ ชี้ให้เห็นสิ่งท้าทายที่มหาวิทยาลัยต้องเผชิญและวางแนวทางความก้าวหน้าในอนาคตไว้ด้วย และยังได้ริเริ่มจัดทำและเป็นบรรณาธิการวารสาร Silpakorn University International Journal ทำให้มหาวิทยาลัยเป็นที่รู้จักกว้างขวางในระดับนานาชาติมากขึ้น ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น SUIC (Silpakorn University International Collage) International Journal ซึ่งได้รับการรับรองคุณภาพเป็นวารสารวิชาการกลุ่มที่ ๑ ในฐานข้อมูลของศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย (ศูนย์ TCI) ในขณะที่มหาวิทยาลัยกำลังขยายตัว เปิดคณะวิชาเพิ่มในสาขาวิชาต่าง ๆ มิใช่สถาบันด้านศิลปะและโบราณคดีเท่านั้น ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธีระ นุชเปี่ยม ยังได้จัดทำ Silpakorn University Bulletin 2000 เป็นภาษาอังกฤษฉบับแรก เพื่อให้มหาวิทยาลัยเป็นที่รู้จักและยอมรับในระดับนานาชาติมากขึ้น

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธีระ นุชเปี่ยม ได้ทำหน้าที่เป็นอาจารย์พิเศษสถาบันวิทยาการทหารเรือ บรรยายเรื่อง “สงครามแบบจำกัดในสถานการณ์ปฏิวัติ” เนื้อหาหลักคือ สงครามเวียดนาม เป็นเวลาหลายปี ทำให้ได้รับพระราชทาน “เข็มสมุททาธิปัตย์” และได้รับ “โล่สามศร” ในฐานะผู้ทำคุณประโยชน์แก่มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช โดยทำหน้าที่สอนวิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และการเมืองเปรียบเทียบ ตั้งแต่ก่อตั้งสาขาวิชารัฐศาสตร์ พ.ศ. ๒๕๒๖ ถึงปัจจุบัน ได้เป็นกรรมการกลุ่มผู้ผลิตและปรับปรุงชุดวิชาของสาขาวิชารัฐศาสตร์กว่า ๒๐ หน่วย และได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการวิชาการ ๔ ชุดของราชบัณฑิตยสภา คือ คณะบรรณาธิการจัดทำสารานุกรมประวัติศาสตร์สากล ภูมิภาคเอเชีย คณะกรรมการศึกษาและพัฒนาความรู้ประวัติศาสตร์ไทย คณะกรรมการชำระและศึกษากฎหมายไทยโบราณ และคณะกรรมการจัดทำองค์ความรู้ประวัติศาสตร์ไทยสมัยใหม่

งานที่ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธีระ นุชเปี่ยม ทำให้แก่คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยคือ เป็นผู้ทรงคุณวุฒิหลักสูตรเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา และศูนย์ไทยศึกษา ทั้งด้านการสอน การออกภาคสนามและเป็นที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ นอกจากนั้น ยังเป็นที่ปรึกษาด้านการต่างประเทศให้แก่สถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์ ทำหน้าที่แปลข่าวและเอกสารต่าง ๆ และ เคยเป็นที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร(นายชวน หลีกภัย) ด้านการต่างประเทศ ตลอดจนเป็นกรรมการร่างและพิจารณาสุนทรพจน์ คำกล่าวและสารของนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อีกด้วย

ด้วยความรู้ความสามารถทางอักษรศาสตร์ และมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ชัด สมาคมนิสิตเก่าอักษรศาสตร์ จุฬาฯ จึงขอประกาศยกย่อง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธีระ นุชเปี่ยม เป็นนิสิตเก่าอักษรศาสตร์ จุฬาฯ ดีเด่น ประจำปี ๒๕๖๘

พลเรือตรีหญิง ดร.อารยา อัมระปาล (อักษรศาสตรบัณฑิต รุ่นที่ ๔๓)

พลเรือตรีหญิง ดร.อารยา อัมระปาล สำเร็จการศึกษาอักษรศาสตรบัณฑิต เกียรตินิยมอันดับ ๑ เริ่มทำงานเป็นครูภาษา ที่ศูนย์ภาษา กรมยุทธศึกษาทหารเรือ และไปศึกษาต่อระดับปริญญาโทและเอกทางด้านการสอนภาษาอังกฤษ ที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด สหรัฐอเมริกา ได้เป็นครูภาษาแลกเปลี่ยน ที่ Laverton Air Force Base ออสเตรเลีย กลับมารับราชการเป็นหัวหน้ากองวิเทศสัมพันธ์ กองการต่างประเทศ กรมข่าวทหารเรือ และเป็นภริยาผู้ช่วยทูตทหารเรือ ณ กรุงโรม อิตาลี ได้อุทิศตนพัฒนางานด้านภาษา การแปลและการสื่อสารระหว่างวัฒนธรรมอย่างต่อเนื่อง ประสบความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่รับผิดชอบมาโดยลำดับ คือ ฝ่ายเสนาธิการ กรมข่าวทหารเรือ รองผู้อำนวยการกองเลขานุการ สำนักงานเลขานุการ กองทัพเรือ ผู้อำนวยการศูนย์ภาษา กรมยุทธศึกษาทหารเรือ และผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพเรือ มีผลงานเขียน งานแปลและงานวิชาการที่ได้รับการพิมพ์เผยแพร่จำนวนมาก เช่น More than G’Day – A Handbook on Cross-cultural Language Training งานแปลเป็นภาษาไทย Look Inside : Ships งานแปลเป็นภาษาอังกฤษ 100 Years of Franco-Siamese Relations และ บันทึกพระยาชลยุทธ์โยธินทร์ ในหนังสือ ๑๓๐ ปี วิกฤตการณ์ ร.ศ.๑๑๒ รวมทั้งงานรับเชิญเป็นผู้เขียนบท แปลและกำกับการทำสารคดีและสื่อโทรทัศน์ระดับชาติหลายเรื่อง อาทิ Royal Barge Procession to Celebrate the Sixtieth Anniversary of His Majesty’s Accession to the Throne, เรื่อง ๑๒๐ ปี นักเรียนนายเรือพระองค์แรกแห่งสยาม และเรื่อง ๑๐๐ ปี อักษรฯ จุฬาฯ

นอกจากงานประจำแล้ว พลเรือตรีหญิง ดร. อารยา อัมระปาล ยังเคยเป็นอาจารย์พิเศษคณะศิลปศาสตร์และคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อาจารย์วิทยาลัยพยาบาล กองทัพเรือ และมหาวิทยาลัยมหิดล อดีตกรรมการและเลขานุการสมาคมนิสิตเก่าอักษรศาสตร์ จุฬาฯ แม้จะเกษียณอายุราชการแล้ว ปัจจุบันยังคงเป็นอาจารย์สถาบันวิชาการทหารเรือชั้นสูง กรรมการมูลนิธิอนุรักษ์โบราณสถานในพระราชวังเดิม อนุกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ มูลนิธิสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล กรรมการกองทุนสนทนาธัมม์นำสุข ท่านผู้หญิง ม.ล.มณีรัตน์ บุนนาค ในพระสังฆราชูปถัมภ์ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปรินายก พลเรือตรีหญิง ดร.อารยา อัมระปาล ได้รับเชิญเป็นล่ามพูดพร้อมในงานสำคัญของกระทรวงต่าง ๆ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หอการค้าไทย สถานทูตประเทศต่าง ๆ และองค์กรระหว่างประเทศ ทำให้ได้รับรางวัลสุรินทราชา “ล่ามดีเด่น” จากสมาคมนักแปลและล่ามแห่งประเทศไทย ในปี พ.ศ.๒๕๖๖

ด้วยความรู้ความสามารถทางอักษรศาสตร์ และมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ชัด สมาคมนิสิตเก่าอักษรศาสตร์ จุฬาฯ จึงขอประกาศยกย่อง พลเรือตรีหญิง ดร.อารยา อัมระปาล เป็นนิสิตเก่าอักษรศาสตร์ จุฬาฯ ดีเด่น ประจำปี ๒๕๖๘

นางณิยะดา จ่างตระกูล (อักษรศาสตรบัณฑิต รุ่นที่ ๔๕)

หลังสำเร็จการศึกษาอักษรศาสตรบัณฑิตแล้ว นางณิยะดา จ่างตระกูลได้ไปศึกษาต่อระดับปริญญาโททางด้านการจัดการอุตสาหกรรม ที่มหาวิทยาลัยเวสต์เวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา เริ่มทำงานเป็นผู้ช่วยหัวหน้าส่วนพัฒนาบุคคล ฝ่ายการพนักงาน ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) แล้วไปเป็น Training Supervisor ที่ บมจ.ปตท.สผ. และ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บมจ.หลักทรัพย์ เอกธำรง ปัจจุบันเป็น รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด มีประสบการณ์ในหน้าที่รับผิดชอบเรื่องบุคลากรของทุกองค์กรที่เคยร่วมงานมา นางณิยะดา จ่างตระกูลได้รับการยอมรับในความเป็นนักบริหารทรัพยากรบุคคลสมัยใหม่ ที่เข้าใจ ใส่ใจ และมุ่งมั่นในการพัฒนาทรัพยากรบุคคลให้เติบโต ก้าวหน้า และมีความรักความผูกพันกับองค์กร เป็นผู้ริเริ่มจัดกิจกรรมด้านงานพัฒนาทรัพยากรบุคคลที่หลายองค์กรในธุรกิจหลักทรัพย์นำไปใช้เป็นต้นแบบ เช่น แนวทางบริหารทรัพยากรบุคคล แบบ Happy Workplace ให้ทุกคนมีความสุขในสถานที่ทำงาน เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในการให้บริการลูกค้า และสร้างความรักความผูกพันในองค์กร จัดให้พนักงานมีการออกกำลังกาย ก่อตั้งชมรมทรีนีตี้อาสา เพื่อทำกิจกรรมช่วยเหลือสังคม งานทำบุญ จัดให้มีการสื่อสารภายในองค์กรอย่างทั่วถึง จัดอบรมให้พนักงานอย่างต่อเนื่อง มีการแบ่งปันความรู้ระหว่างกัน ให้ความรู้เรื่องการบริหารเงินและการลงทุน และดูแลสุขภาพของครอบครัวพนักงานด้วย

ในฐานะประธานชมรม HR ของสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย และ กรรมการ Human Capital Club สมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย นางณิยะดา จ่างตระกูลได้ช่วยยกระดับความสำคัญของงานทรัพยากรบุคคลในอุตสาหกรรมให้สามารถเป็นคู่คิดให้ผู้บริหารระดับสูงในการผลักดันให้องค์กรบรรลุเป้าหมายอย่างยั่งยืน แม้จะจบการศึกษาด้านอักษรศาสตร์ก็สามารถทำงานในสายธุรกิจการเงินและหลักทรัพย์ได้เป็นอย่างดี ได้เข้าอบรมในหลักสูตรชั้นนำเป็นที่ยอมรับในแวดวงสังคมและธุรกิจ นอกจากนั้นยังได้รับความไว้วางใจให้รับผิดชอบงานหลากหลายด้าน เช่น งานสื่อสารองค์กร งาน CSR งานการตลาดดูแลลูกค้าคนสำคัญ ล่าสุดต้องดูแลงาน Transform องค์กรด้วย AI ต้องปรับเปลี่ยนวิธีคิดและพฤติกรรมของพนักงานไปพร้อมกับการเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ ๆ ในช่วงโควิด-19 ก็ได้เป็นกำลังสำคัญในการประสานงานนำความช่วยเหลือ ทั้งจัดหาวัคซีน เครื่องช่วยหายใจ สร้างโรงพยาบาลสนามให้โรงพยาบาลหลายแห่ง ร่วมมือกับสภากาชาดไทยนำคาราวานรถบรรทุกอาหาร ของใช้ และยาที่จำเป็นมอบให้แก่จังหวัดต่าง ๆ ได้รับรางวัล “ปธพ. เกียรติยศ” จากการเสียสละ ทุ่มเท ประสานงานกับแพทย์และหน่วยงานต่าง ๆ ในการจัดหน่วยแพทย์อาสา

ระหว่างเป็นอุปนายก สมาคมนิสิตเก่าอักษรศาสตร์ จุฬาฯ ได้เป็นกำลังสำคัญในการริเริ่มกิจกรรมหลายอย่าง ช่วยติดต่อประสานงานขอความร่วมมือจากองค์กรต่าง ๆ รวมทั้งประชาสัมพันธ์กิจกรรมของสมาคม ทำให้สมาคมได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดี เช่น งาน Arts Job Fair ที่เป็นประโยชน์ต่อนิสิตและคณะอักษรศาสตร์ ได้จัดหาผู้ทรงคุณวุฒิมาบรรยายเรื่องทักษะการทำงานที่จำเป็นในยุคปัจจุบัน ร่วมจัดงานชงโคสร้างสรรค์ เพื่อระดมความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อการจัดกิจกรรมของสมาคม

ด้วยความรู้ความสามารถทางอักษรศาสตร์และด้านอื่น ๆ มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ชัด สมาคมนิสิตเก่าอักษรศาสตร์ จุฬาฯ จึงขอประกาศยกย่อง นางณิยะดา จ่างตระกูล เป็นนิสิตเก่าอักษรศาสตร์ จุฬาฯ ดีเด่น ประจำปี ๒๕๖๘

นางรศนาภรณ์ วีรวรรณ (อักษรศาสตรบัณฑิต รุ่นที่ ๔๖)

เมื่อสำเร็จการศึกษาอักษรศาสตรบัณฑิต เกียรตินิยมอันดับ ๑ แล้ว นางรศนาภรณ์ วีรวรรณได้ไปศึกษาต่อระดับปริญญาโทด้านภาษาศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยออเรกอน สหรัฐอเมริกา เริ่มทำงานเป็นอาจารย์ประจำภาควิชาภาษาอังกฤษ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเริ่มทำงานที่เกี่ยวข้องกับงานกิจการนิสิตมาตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๓๑ จนถึงปัจจุบัน เคยดำรงตำแหน่งรองคณบดีฝ่ายกิจการนิสิต คณะอักษรศาสตร์ และผู้ช่วยอธิการบดีด้านกิจการนิสิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กำกับดูแลการดำเนินงานและการทำกิจกรรมต่าง ๆ ขององค์การบริหารสโมสรนิสิตจุฬาฯ (อบจ.) และสภานิสิต คอยเสนอแนะแนวทางการทำงานและนำเสนอโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนานิสิตและสังคมส่วนรวม ตลอดจนช่วยแก้ไขปัญหาของนิสิตในการติดต่อประสานงาน การขอความอนุเคราะห์จากหน่วยงานภายนอก ความขัดแย้งจากการทำงานร่วมกัน ช่วยสร้างเครือข่ายงานกิจการนิสิตทั้งคณาจารย์ เจ้าหน้าที่และนิสิตเพื่อพัฒนางานกิจการนิสิตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน รวมถึงการดูแลปรับปรุงการจัดกีฬาน้องใหม่ทั้งนักกีฬาและกองเชียร์ สร้างขวัญและกำลังใจให้นักกีฬาทีมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัย นางรศนาภรณ์ วีรวรรณได้ร่วมลงแข่งในฐานะนักกีฬาเทเบิลเทนนิสของทีมบุคลากรจุฬาฯ โดยได้รับรางวัลทุกครั้ง และเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาให้นิสิตในการจัดงานฟุตบอลประเพณี จุฬาฯ - ธรรมศาสตร์ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาโครงการจุฬาฯ วิชาการ สนับสนุนโครงการติวเข้มประวัติจุฬาฯ เพื่อให้นิสิตมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับประวัติจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดประชุมแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ระดับอุดมศึกษาระหว่างประเทศ เพื่อพัฒนาความคิดและศักยภาพของนิสิตจุฬาฯ เสนอให้ อบจ. ทำโครงการแนะแนวการศึกษาและต้านยาเสพติดให้นักเรียนตามจังหวัดต่าง ๆ และจัดโครงการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติต่าง ๆ ตลอดจนงานปรับปรุงรูปแบบการจัดงานลอยกระทงและงานรับน้องใหม่ให้เห็นคุณค่าทางศิลปวัฒนธรรมมากยิ่งขึ้น ในปี พ.ศ.๒๕๕๔ เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ ได้รับหน้าที่เป็นกรรมการและเลขานุการในคณะกรรมการประสานงานช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ประจำการอยู่ที่ศูนย์รับบริจาค ณ ศาลาพระเกี้ยว ปัจจุบันยังคงเป็นกรรมการบริหารทุนจุฬาสงเคราะห์ ประธานคณะกรรมการบริหารทุนอาหารกลางวัน และอุปนายกสมาคมนิสิตเก่าจุฬาฯ

นางรศนาภรณ์ วีรวรรณเคยเป็นกรรมการบริหาร อุปนายก และนายกสมาคมนิสิตเก่าอักษรศาสตร์ จุฬาฯ ปัจจุบันเป็นกรรมการที่ปรึกษาสมาคมนิสิตเก่าอักษรศาสตร์ จุฬาฯ ได้รณรงค์ให้นิสิตเก่าอักษรศาสตร์ร่วมทำบุญวันเกิดในโครงการหนึ่งพันบาทหนึ่งวันเกิด มอบให้คณะอักษรศาสตร์จัดเป็นทุนอาหารกลางวันช่วยเหลือนิสิตปัจจุบันที่ขาดแคลน และสมาคมฯ จัดกิจกรรมช่วยเหลือสังคม ริเริ่มจัดงาน Arts CU Market ให้นิสิตเก่าอักษรศาสตร์มาออกร้านจำหน่ายสินค้า โครงการเสียงอักษร รับอาสาสมัครอ่านหนังสือเสียงส่งมอบให้สมาคมคนตาบอด โครงการอักษรสื่อชีวิต ให้ผู้พิการทางสายตาได้แสดงความสามารถส่งงานเขียนเข้าประกวดชิงรางวัลเรื่อง โลกที่ฉันเห็น

นอกจากนี้ นางรศนาภรณ์ วีรวรรณยังช่วยเหลืองานระดมทุนของคณะอักษรศาสตร์ เช่น งานเดินวิ่ง “อักษรฯ จรัล” ในโอกาสครบ ๑๐๒ ปี คณะอักษรศาสตร์ โครงการอักษรศาสตร์ร่วมใจต้านภัยโควิด มอบรายได้ให้โรงพยาบาลจุฬาฯ งานเปียในคอนเสิร์ต “An Afternoon of Music with Arts Faculty Pianists Feat. Nat Yontararak & Family” เพื่อระดมทุนในการบูรณะซ่อมแซมอาคารมหาวชิราวุธ

ด้วยความรู้ความสามารถทางอักษรศาสตร์ และมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ชัด สมาคมนิสิตเก่าอักษรศาสตร์ จุฬาฯ จึงขอประกาศยกย่อง นางรศนาภรณ์ วีรวรรณ เป็นนิสิตเก่าอักษรศาสตร์ จุฬาฯ ดีเด่น ประจำปี ๒๕๖๘

นางวิวรรณ ธาราหิรัญโชติ (อักษรศาสตรบัณฑิตรุ่นที่ ๔๗)

หลังสำเร็จการศึกษาอักษรศาสตรบัณฑิต เกียรตินิยมอันดับ ๒ ได้รับทุนของธนาคารกสิกรไทยไปศึกษาต่อระดับปริญญาโททางด้านการเงินและการตลาด ณ Kellogg School of Management, Northwestern University สหรัฐอเมริกา เมื่อกลับมาได้เข้าทำงานในฝ่ายพัฒนาธุรกิจของธนาคารกสิกรไทยตั้งแต่ระดับพนักงานจนเป็นหัวหน้าส่วนวาณิชธนกิจ และผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจตามลำดับ จากนั้นได้ไปร่วมงานกับบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวมวรรณ จำกัด ในตำแหน่งผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ และเป็นกรรมการผู้จัดการของบริษัทดังกล่าวภายในระยะเวลาประมาณ ๔ ปี หลังจากนั้นนางวิวรรณ ธาราหิรัญโชติ ได้กลับมาร่วมงานกับบริษัทในเครือธนาคารกสิกรไทยอีก คือ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนกสิกรไทย จำกัด ในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ และรองประธานกรรมการบริหาร ในปี พ.ศ. ๒๕๕๑ ได้เป็นรองกรรมการผู้จัดการ(ผู้บริหารสายงานบรรษัทธนกิจ และรักษาการผู้บริหารสายงานธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม) ของธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) และในปี พ.ศ. ๒๕๕๓ เป็นประธานกรรมการบริหาร บริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด นับตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๗ เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน นางวิวรรณ ธาราหิรัญโชติ เป็นกรรมการของบริษัทต่างๆ อีกหลายแห่งด้วยกัน เช่น กรรมการบริษัทบีเอสวายกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เป็นต้น

นางวิวรรณ ธาราหิรัญโชติ ได้ใช้วิชาชีพอักษรศาสตร์ และวิชาการเงินให้เป็นประโยชน์ ด้วยการเขียนบทความให้ความรู้ทางวิชาการเงิน โดยใช้ภาษาง่ายๆ เพื่อผู้ที่ไม่มีความรู้ทางการเงินจะสามารถนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ในชีวิต ส่งเสริมให้ความรู้กับประชาชนทั่วไปในการออมเงิน วางแผนการเงิน และลงทุนอย่างมีหลักการ นอกจากงานเขียนแล้วยังมีการสอนและการบรรยายทั้งกับประชาชนทั่วไปและสถานศึกษาต่างๆ ในวิชาการเงิน การตลาด และผู้ประกอบการ นางวิวรรณ ธาราหิรัญโชติ ได้เคยได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกสมาคมนักวางแผนการเงินไทย (เป็นคนแรก) ถึง ๒ วาระ ซึ่งสมาคมนี้มีความมุ่งมั่นที่จะเห็นคนไทย “แก่แล้วไม่จน” เพื่อให้คนไทยได้ตะหนักในการวางแผนการเงินและแผนชีวิตเพื่อความมั่นคงในชีวิต

ในปัจจุบัน นางวิวรรณ ธาราหิรัญโชติ ได้มีโอกาสกลับมารับใช้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยด้วยการเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นประธานคณะกรรมการนโยบายการเงิน สภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเป็นกรรมการอีกหลายคณะ รวมทั้งเข้าร่วมในกิจกรรมของคณะอักษรศาสตร์ โดยให้คำปรึกษาแก่คณะและบรรยายแลกเปลี่ยนความเห็นและมุมมองกับอาจารย์ของคณะอักษรศาสตร์ นอกจากนั้นแล้วยังเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่อีกด้วย

นางวิวรรณ ธาราหิรัญโชติ ได้รับรางวัลศิษย์เก่าดีเด่น Schaffer Award 2001 จาก Kellogg School of Management, Northwestern University สหรัฐอเมริกา ได้รับรางวัล AIMC Awards จากสมาคมบริษัทจัดการลงทุน ซึ่งเป็นรางวัลเชิดชูเกียรติผู้มีคุณูปการต่ออุตสาหกรรมธุรกิจจัดการลงทุน สังคม และประเทศชาติ

ด้วยความรู้ความสามารถ และมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ชัด สมาคมนิสิตเก่าอักษรศาสตร์ จุฬาฯ จึงขอประกาศยกย่องนางวิวรรณ ธาราหิรัญโชติ เป็นนิสิตเก่าอักษศาสตร์ จุฬาฯ ดีเด่น ประจำปี ๒๕๖๘