ประวัติคณะ

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงวางศิลาฤกษ์ ตึกบัญชาการโรงเรียน ข้าราชการพลเรือนฯ (ปัจจุบันอาคารมหาจุฬาลงกรณ์) เมื่อวันที่ ๓ มกราคม ๒๔๕๘ และทรงสถาปนาโรงเรียนข้าราชการพลเรือนขึ้นเป็นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๔๕๙  อีก ๑ ปีต่อมา คือในเดือนตุลาคม ๒๔๖๐ พระเจ้าน้องยาเธอกรมหมื่นชัยนาทนเรนทร ซึ่งเป็นอธิการบดีกรมมหาวิทยาลัย ในกระทรวงธรรมการพระองค์แรก ได้ทรงตั้งคณะอักษรศาสตร์และวิทยาศาสตร์ขึ้น ซึ่งเป็นหนึ่งในสี่คณะที่ได้มีการจัดตั้งขึ้น อีกสามคณะได้แก่ คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ และคณะรัฐศาสตร์

การสอนในระยะแรกของคณะอักษรศาสตร์และวิทยาศาสตร์มุ่งสอนวิชาเตรียมแพทย์เป็นส่วนใหญ่ วิชาที่จัดสอนมี เคมี ฟิสิกส์ ชีววิทยา ภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส และประวัติศาสตร์ ต่อมาใน พ.ศ. ๒๔๗๑ จึงได้เปิดสอนวิชาอักษรศาสตร์ตามหลักสูตรสามปี ผู้สำเร็จตามหลักสูตรนี้จะได้รับประกาศนียบัตรครูมัธยม ในสองปีแรกวิชาที่สอนเป็นวิชาอักษรศาสตร์โดยเฉพาะ มีวิชาภาษาไทย ภาษาบาลี ภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ธรรมวิภาค และคณิตศาสตร์ และในภายหลังได้เพิ่มภาษาเยอรมันขึ้นอีกวิชาหนึ่ง หลังจากนั้นจึงเรียนวิชาครูอีกหนึ่งปี ใน พ.ศ. ๒๔๗๓ ได้เปิดสอนวิชาวิทยาศาสตร์ตามหลักสูตรสามปี โดยจัดสอนวิชาวิทยาศาสตร์ในสองปีแรก และวิชาครูในปีที่ ๓ ทำนองเดียวกันกับอักษรศาสตร์ ผู้สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรจะได้รับประกาศนียบัตรครูมัธยมเช่นกัน

ต่อมาเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๖ ได้มีพระราชกฤษฎีกา แยกคณะอักษรศาสตร์และวิทยาศาสตร์ออกเป็นสองคณะต่างหากจากกัน คณะอักษรศาสตร์แบ่งออกเป็นแผนกอักษรศาสตร์ และแผนกฝึกหัดครู คณะวิทยาศาสตร์แบ่งออกเป็นแผนกวิทยาศาสตร์ และแผนกฝึกหัดครู แต่ในปีเดียวกันนั้นเอง คณะอักษรศาสตร์และคณะวิทยาศาสตร์ ได้กลับยุบรวมกันเป็นคณะเดียวอีก โดยแบ่งงานออกเป็น ๙ แผนกคือ แผนกสารบรรณและหอสมุดของคณะ แผนกเคมี แผนกฟิสิกส์ แผนกชีววิทยา แผนกคณิตศาสตร์ แผนกภาษาไทยและโบราณตะวันออก แผนกภาษาปัจจุบัน แผนกภูมิศาสตร์และประวัติศาสตร์ แผนกฝึกครู

ในด้านการสอนมีการปรับปรุงหลักสูตรให้สอนถึงขั้นปริญญาบัณฑิตเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๗  อักษรศาสตรบัณฑิตรุ่นแรกที่สำเร็จการศึกษาเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๘ มีจำนวน ๓๓ คน ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๘๕ ได้เปิดสอนในขั้นปริญญามหาบัณฑิต มีผู้สำเร็จการศึกษาได้รับปริญญาอักษรศาสตรมหาบัณฑิตเป็นรุ่นแรกใน พ.ศ. ๒๔๘๗ จำนวน ๒ คน

เมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๓ คณะอักษรศาสตร์ได้แยกการบริหารงานออกเป็นอิสระจากคณะวิทยาศาสตร์ และมีคณบดีและเจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรการของแต่ละคณะต่างหากจากกัน   ใน พ.ศ. ๒๔๙๘ ได้จัดตั้งแผนกวิชาบรรณารักษศาสตร์เพิ่มขึ้นอีกแผนกวิชาหนึ่งในคณะอักษรศาสตร์และครุศาสตร์

พ.ศ. ๒๕๐๐ แผนกวิชาครุศาสตร์ ได้รับการยกฐานะเป็นคณะครุศาสตร์ แยกตัวออกไปจากคณะอักษรศาสตร์

พ.ศ. ๒๕๐๔ มีการจัดแบ่งแผนกวิชาในคณะอักษรศาสตร์เสียใหม่ ประกอบด้วย ๖ แผนกวิชา คือ แผนกวิชาภาษาไทย แผนกวิชาภาษาตะวันออก แผนกวิชาภาษาอังกฤษ แผนกวิชาภาษาตะวันตก แผนกวิชาภูมิศาสตร์และประวัติศาสตร์ แผนกวิชาบรรณารักษศาสตร์ และได้มีการจัดตั้งแผนกวิชาปรัชญาขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๔ รวมทั้งมีการจัดตั้งแผนกวิชาศิลปการละครขึ้นใน พ.ศ. ๒๕๑๕  ในปีเดียวกันนี้เองได้มีการแยกแผนกวิชาภูมิศาสตร์ออกเป็นอีกแผนกหนึ่งต่างหากด้วย

ในปัจจุบันคณะอักษรศาสตร์มี ๑๑ ภาควิชา (ปัจจุบันเรียก “ภาควิชา” แทน “แผนกวิชา”) ได้แก่ ภาควิชาภาษาไทย ภาควิชาภาษาอังกฤษ ภาควิชาประวัติศาสตร์ ภาควิชาภูมิศาสตร์ ภาควิชาบรรณารักษศาสตร์ ภาควิชาปรัชญา ภาควิชาศิลปการละคร ภาควิชาภาษาตะวันออก ภาควิชาภาษาตะวันตก ภาควิชาภาษาศาสตร์ และภาควิชาวรรณคดีเปรียบเทียบ

รวมภาพแห่งความหลัง

อักษรศาสตรบัณฑิตรุ่นแรก

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงวางศิลาฤกษ์ ตึกบัญชาการโรงเรียน ข้าราชการพลเรือนฯ (ปัจจุบันอาคารมหาจุฬาลงกรณ์) เมื่อวันที่ ๓ มกราคม ๒๔๕๘ และทรงสถาปนาโรงเรียนข้าราชการพลเรือนขึ้นเป็นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๔๕๙  อีก ๑ ปีต่อมา คือในเดือนตุลาคม ๒๔๖๐ พระเจ้าน้องยาเธอกรมหมื่นชัยนาทนเรนทร ซึ่งเป็นอธิการบดีกรมมหาวิทยาลัย ในกระทรวงธรรมการพระองค์แรก ได้ทรงตั้งคณะอักษรศาสตร์และวิทยาศาสตร์ขึ้น ซึ่งเป็นหนึ่งในสี่คณะที่ได้มีการจัดตั้งขึ้น อีกสามคณะได้แก่ คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ และคณะรัฐศาสตร์

การสอนในระยะแรกของคณะอักษรศาสตร์และวิทยาศาสตร์มุ่งสอนวิชาเตรียมแพทย์เป็นส่วนใหญ่ วิชาที่จัดสอนมี เคมี ฟิสิกส์ ชีววิทยา ภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส และประวัติศาสตร์ ต่อมาใน พ.ศ. ๒๔๗๑ จึงได้เปิดสอนวิชาอักษรศาสตร์ตามหลักสูตรสามปี ผู้สำเร็จตามหลักสูตรนี้จะได้รับประกาศนียบัตรครูมัธยม ในสองปีแรกวิชาที่สอนเป็นวิชาอักษรศาสตร์โดยเฉพาะ มีวิชาภาษาไทย ภาษาบาลี ภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ธรรมวิภาค และคณิตศาสตร์ และในภายหลังได้เพิ่มภาษาเยอรมันขึ้นอีกวิชาหนึ่ง หลังจากนั้นจึงเรียนวิชาครูอีกหนึ่งปี ใน พ.ศ. ๒๔๗๓ ได้เปิดสอนวิชาวิทยาศาสตร์ตามหลักสูตรสามปี โดยจัดสอนวิชาวิทยาศาสตร์ในสองปีแรก และวิชาครูในปีที่ ๓ ทำนองเดียวกันกับอักษรศาสตร์ ผู้สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรจะได้รับประกาศนียบัตรครูมัธยมเช่นกัน

ต่อมาเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๖ ได้มีพระราชกฤษฎีกา แยกคณะอักษรศาสตร์และวิทยาศาสตร์ออกเป็นสองคณะต่างหากจากกัน คณะอักษรศาสตร์แบ่งออกเป็นแผนกอักษรศาสตร์ และแผนกฝึกหัดครู คณะวิทยาศาสตร์แบ่งออกเป็นแผนกวิทยาศาสตร์ และแผนกฝึกหัดครู แต่ในปีเดียวกันนั้นเอง คณะอักษรศาสตร์และคณะวิทยาศาสตร์ ได้กลับยุบรวมกันเป็นคณะเดียวอีก โดยแบ่งงานออกเป็น ๙ แผนกคือ แผนกสารบรรณและหอสมุดของคณะ แผนกเคมี แผนกฟิสิกส์ แผนกชีววิทยา แผนกคณิตศาสตร์ แผนกภาษาไทยและโบราณตะวันออก แผนกภาษาปัจจุบัน แผนกภูมิศาสตร์และประวัติศาสตร์ แผนกฝึกครู

ในด้านการสอนมีการปรับปรุงหลักสูตรให้สอนถึงขั้นปริญญาบัณฑิตเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๗  อักษรศาสตรบัณฑิตรุ่นแรกที่สำเร็จการศึกษาเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๘ มีจำนวน ๓๓ คน ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๘๕ ได้เปิดสอนในขั้นปริญญามหาบัณฑิต มีผู้สำเร็จการศึกษาได้รับปริญญาอักษรศาสตรมหาบัณฑิตเป็นรุ่นแรกใน พ.ศ. ๒๔๘๗ จำนวน ๒ คน

เมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๓ คณะอักษรศาสตร์ได้แยกการบริหารงานออกเป็นอิสระจากคณะวิทยาศาสตร์ และมีคณบดีและเจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรการของแต่ละคณะต่างหากจากกัน   ใน พ.ศ. ๒๔๙๘ ได้จัดตั้งแผนกวิชาบรรณารักษศาสตร์เพิ่มขึ้นอีกแผนกวิชาหนึ่งในคณะอักษรศาสตร์และครุศาสตร์

พ.ศ. ๒๕๐๐ แผนกวิชาครุศาสตร์ ได้รับการยกฐานะเป็นคณะครุศาสตร์ แยกตัวออกไปจากคณะอักษรศาสตร์

พ.ศ. ๒๕๐๔ มีการจัดแบ่งแผนกวิชาในคณะอักษรศาสตร์เสียใหม่ ประกอบด้วย ๖ แผนกวิชา คือ แผนกวิชาภาษาไทย แผนกวิชาภาษาตะวันออก แผนกวิชาภาษาอังกฤษ แผนกวิชาภาษาตะวันตก แผนกวิชาภูมิศาสตร์และประวัติศาสตร์ แผนกวิชาบรรณารักษศาสตร์ และได้มีการจัดตั้งแผนกวิชาปรัชญาขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๔ รวมทั้งมีการจัดตั้งแผนกวิชาศิลปการละครขึ้นใน พ.ศ. ๒๕๑๕  ในปีเดียวกันนี้เองได้มีการแยกแผนกวิชาภูมิศาสตร์ออกเป็นอีกแผนกหนึ่งต่างหากด้วย

ในปัจจุบันคณะอักษรศาสตร์มี ๑๑ ภาควิชา (ปัจจุบันเรียก “ภาควิชา” แทน “แผนกวิชา”) ได้แก่ ภาควิชาภาษาไทย ภาควิชาภาษาอังกฤษ ภาควิชาประวัติศาสตร์ ภาควิชาภูมิศาสตร์ ภาควิชาบรรณารักษศาสตร์ ภาควิชาปรัชญา ภาควิชาศิลปการละคร ภาควิชาภาษาตะวันออก ภาควิชาภาษาตะวันตก ภาควิชาภาษาศาสตร์ และภาควิชาวรรณคดีเปรียบเทียบ

รวมภาพแห่งความหลัง

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงวางศิลาฤกษ์ ตึกบัญชาการโรงเรียน ข้าราชการพลเรือนฯ (ปัจจุบันอาคารมหาจุฬาลงกรณ์) เมื่อวันที่ ๓ มกราคม ๒๔๕๘ และทรงสถาปนาโรงเรียนข้าราชการพลเรือนขึ้นเป็นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๔๕๙  อีก ๑ ปีต่อมา คือในเดือนตุลาคม ๒๔๖๐ พระเจ้าน้องยาเธอกรมหมื่นชัยนาทนเรนทร ซึ่งเป็นอธิการบดีกรมมหาวิทยาลัย ในกระทรวงธรรมการพระองค์แรก ได้ทรงตั้งคณะอักษรศาสตร์และวิทยาศาสตร์ขึ้น ซึ่งเป็นหนึ่งในสี่คณะที่ได้มีการจัดตั้งขึ้น อีกสามคณะได้แก่ คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ และคณะรัฐศาสตร์

การสอนในระยะแรกของคณะอักษรศาสตร์และวิทยาศาสตร์มุ่งสอนวิชาเตรียมแพทย์เป็นส่วนใหญ่ วิชาที่จัดสอนมี เคมี ฟิสิกส์ ชีววิทยา ภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส และประวัติศาสตร์ ต่อมาใน พ.ศ. ๒๔๗๑ จึงได้เปิดสอนวิชาอักษรศาสตร์ตามหลักสูตรสามปี ผู้สำเร็จตามหลักสูตรนี้จะได้รับประกาศนียบัตรครูมัธยม ในสองปีแรกวิชาที่สอนเป็นวิชาอักษรศาสตร์โดยเฉพาะ มีวิชาภาษาไทย ภาษาบาลี ภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ธรรมวิภาค และคณิตศาสตร์ และในภายหลังได้เพิ่มภาษาเยอรมันขึ้นอีกวิชาหนึ่ง หลังจากนั้นจึงเรียนวิชาครูอีกหนึ่งปี ใน พ.ศ. ๒๔๗๓ ได้เปิดสอนวิชาวิทยาศาสตร์ตามหลักสูตรสามปี โดยจัดสอนวิชาวิทยาศาสตร์ในสองปีแรก และวิชาครูในปีที่ ๓ ทำนองเดียวกันกับอักษรศาสตร์ ผู้สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรจะได้รับประกาศนียบัตรครูมัธยมเช่นกัน

ต่อมาเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๖ ได้มีพระราชกฤษฎีกา แยกคณะอักษรศาสตร์และวิทยาศาสตร์ออกเป็นสองคณะต่างหากจากกัน คณะอักษรศาสตร์แบ่งออกเป็นแผนกอักษรศาสตร์ และแผนกฝึกหัดครู คณะวิทยาศาสตร์แบ่งออกเป็นแผนกวิทยาศาสตร์ และแผนกฝึกหัดครู แต่ในปีเดียวกันนั้นเอง คณะอักษรศาสตร์และคณะวิทยาศาสตร์ ได้กลับยุบรวมกันเป็นคณะเดียวอีก โดยแบ่งงานออกเป็น ๙ แผนกคือ แผนกสารบรรณและหอสมุดของคณะ แผนกเคมี แผนกฟิสิกส์ แผนกชีววิทยา แผนกคณิตศาสตร์ แผนกภาษาไทยและโบราณตะวันออก แผนกภาษาปัจจุบัน แผนกภูมิศาสตร์และประวัติศาสตร์ แผนกฝึกครู

ในด้านการสอนมีการปรับปรุงหลักสูตรให้สอนถึงขั้นปริญญาบัณฑิตเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๗  อักษรศาสตรบัณฑิตรุ่นแรกที่สำเร็จการศึกษาเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๘ มีจำนวน ๓๓ คน ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๘๕ ได้เปิดสอนในขั้นปริญญามหาบัณฑิต มีผู้สำเร็จการศึกษาได้รับปริญญาอักษรศาสตรมหาบัณฑิตเป็นรุ่นแรกใน พ.ศ. ๒๔๘๗ จำนวน ๒ คน

อักษรศาสตรบัณฑิตรุ่นแรก

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงวางศิลาฤกษ์ ตึกบัญชาการโรงเรียน ข้าราชการพลเรือนฯ (ปัจจุบันอาคารมหาจุฬาลงกรณ์) เมื่อวันที่ ๓ มกราคม ๒๔๕๘ และทรงสถาปนาโรงเรียนข้าราชการพลเรือนขึ้นเป็นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๔๕๙  อีก ๑ ปีต่อมา คือในเดือนตุลาคม ๒๔๖๐ พระเจ้าน้องยาเธอกรมหมื่นชัยนาทนเรนทร ซึ่งเป็นอธิการบดีกรมมหาวิทยาลัย ในกระทรวงธรรมการพระองค์แรก ได้ทรงตั้งคณะอักษรศาสตร์และวิทยาศาสตร์ขึ้น ซึ่งเป็นหนึ่งในสี่คณะที่ได้มีการจัดตั้งขึ้น อีกสามคณะได้แก่ คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ และคณะรัฐศาสตร์

การสอนในระยะแรกของคณะอักษรศาสตร์และวิทยาศาสตร์มุ่งสอนวิชาเตรียมแพทย์เป็นส่วนใหญ่ วิชาที่จัดสอนมี เคมี ฟิสิกส์ ชีววิทยา ภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส และประวัติศาสตร์ ต่อมาใน พ.ศ. ๒๔๗๑ จึงได้เปิดสอนวิชาอักษรศาสตร์ตามหลักสูตรสามปี ผู้สำเร็จตามหลักสูตรนี้จะได้รับประกาศนียบัตรครูมัธยม ในสองปีแรกวิชาที่สอนเป็นวิชาอักษรศาสตร์โดยเฉพาะ มีวิชาภาษาไทย ภาษาบาลี ภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ธรรมวิภาค และคณิตศาสตร์ และในภายหลังได้เพิ่มภาษาเยอรมันขึ้นอีกวิชาหนึ่ง หลังจากนั้นจึงเรียนวิชาครูอีกหนึ่งปี ใน พ.ศ. ๒๔๗๓ ได้เปิดสอนวิชาวิทยาศาสตร์ตามหลักสูตรสามปี โดยจัดสอนวิชาวิทยาศาสตร์ในสองปีแรก และวิชาครูในปีที่ ๓ ทำนองเดียวกันกับอักษรศาสตร์ ผู้สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรจะได้รับประกาศนียบัตรครูมัธยมเช่นกัน

ต่อมาเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๖ ได้มีพระราชกฤษฎีกา แยกคณะอักษรศาสตร์และวิทยาศาสตร์ออกเป็นสองคณะต่างหากจากกัน คณะอักษรศาสตร์แบ่งออกเป็นแผนกอักษรศาสตร์ และแผนกฝึกหัดครู คณะวิทยาศาสตร์แบ่งออกเป็นแผนกวิทยาศาสตร์ และแผนกฝึกหัดครู แต่ในปีเดียวกันนั้นเอง คณะอักษรศาสตร์และคณะวิทยาศาสตร์ ได้กลับยุบรวมกันเป็นคณะเดียวอีก โดยแบ่งงานออกเป็น ๙ แผนกคือ แผนกสารบรรณและหอสมุดของคณะ แผนกเคมี แผนกฟิสิกส์ แผนกชีววิทยา แผนกคณิตศาสตร์ แผนกภาษาไทยและโบราณตะวันออก แผนกภาษาปัจจุบัน แผนกภูมิศาสตร์และประวัติศาสตร์ แผนกฝึกครู

ในด้านการสอนมีการปรับปรุงหลักสูตรให้สอนถึงขั้นปริญญาบัณฑิตเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๗  อักษรศาสตรบัณฑิตรุ่นแรกที่สำเร็จการศึกษาเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๘ มีจำนวน ๓๓ คน ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๘๕ ได้เปิดสอนในขั้นปริญญามหาบัณฑิต มีผู้สำเร็จการศึกษาได้รับปริญญาอักษรศาสตรมหาบัณฑิตเป็นรุ่นแรกใน พ.ศ. ๒๔๘๗ จำนวน ๒ คน

เมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๓ คณะอักษรศาสตร์ได้แยกการบริหารงานออกเป็นอิสระจากคณะวิทยาศาสตร์ และมีคณบดีและเจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรการของแต่ละคณะต่างหากจากกัน   ใน พ.ศ. ๒๔๙๘ ได้จัดตั้งแผนกวิชาบรรณารักษศาสตร์เพิ่มขึ้นอีกแผนกวิชาหนึ่งในคณะอักษรศาสตร์และครุศาสตร์

พ.ศ. ๒๕๐๐ แผนกวิชาครุศาสตร์ ได้รับการยกฐานะเป็นคณะครุศาสตร์ แยกตัวออกไปจากคณะอักษรศาสตร์

พ.ศ. ๒๕๐๔ มีการจัดแบ่งแผนกวิชาในคณะอักษรศาสตร์เสียใหม่ ประกอบด้วย ๖ แผนกวิชา คือ แผนกวิชาภาษาไทย แผนกวิชาภาษาตะวันออก แผนกวิชาภาษาอังกฤษ แผนกวิชาภาษาตะวันตก แผนกวิชาภูมิศาสตร์และประวัติศาสตร์ แผนกวิชาบรรณารักษศาสตร์ และได้มีการจัดตั้งแผนกวิชาปรัชญาขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๔ รวมทั้งมีการจัดตั้งแผนกวิชาศิลปการละครขึ้นใน พ.ศ. ๒๕๑๕  ในปีเดียวกันนี้เองได้มีการแยกแผนกวิชาภูมิศาสตร์ออกเป็นอีกแผนกหนึ่งต่างหากด้วย

ในปัจจุบันคณะอักษรศาสตร์มี ๑๑ ภาควิชา (ปัจจุบันเรียก “ภาควิชา” แทน “แผนกวิชา”) ได้แก่ ภาควิชาภาษาไทย ภาควิชาภาษาอังกฤษ ภาควิชาประวัติศาสตร์ ภาควิชาภูมิศาสตร์ ภาควิชาบรรณารักษศาสตร์ ภาควิชาปรัชญา ภาควิชาศิลปการละคร ภาควิชาภาษาตะวันออก ภาควิชาภาษาตะวันตก ภาควิชาภาษาศาสตร์ และภาควิชาวรรณคดีเปรียบเทียบ

รวมภาพแห่งความหลัง

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงวางศิลาฤกษ์ ตึกบัญชาการโรงเรียน ข้าราชการพลเรือนฯ (ปัจจุบันอาคารมหาจุฬาลงกรณ์) เมื่อวันที่ ๓ มกราคม ๒๔๕๘ และทรงสถาปนาโรงเรียนข้าราชการพลเรือนขึ้นเป็นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๔๕๙  อีก ๑ ปีต่อมา คือในเดือนตุลาคม ๒๔๖๐ พระเจ้าน้องยาเธอกรมหมื่นชัยนาทนเรนทร ซึ่งเป็นอธิการบดีกรมมหาวิทยาลัย ในกระทรวงธรรมการพระองค์แรก ได้ทรงตั้งคณะอักษรศาสตร์และวิทยาศาสตร์ขึ้น ซึ่งเป็นหนึ่งในสี่คณะที่ได้มีการจัดตั้งขึ้น อีกสามคณะได้แก่ คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ และคณะรัฐศาสตร์

การสอนในระยะแรกของคณะอักษรศาสตร์และวิทยาศาสตร์มุ่งสอนวิชาเตรียมแพทย์เป็นส่วนใหญ่ วิชาที่จัดสอนมี เคมี ฟิสิกส์ ชีววิทยา ภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส และประวัติศาสตร์ ต่อมาใน พ.ศ. ๒๔๗๑ จึงได้เปิดสอนวิชาอักษรศาสตร์ตามหลักสูตรสามปี ผู้สำเร็จตามหลักสูตรนี้จะได้รับประกาศนียบัตรครูมัธยม ในสองปีแรกวิชาที่สอนเป็นวิชาอักษรศาสตร์โดยเฉพาะ มีวิชาภาษาไทย ภาษาบาลี ภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ธรรมวิภาค และคณิตศาสตร์ และในภายหลังได้เพิ่มภาษาเยอรมันขึ้นอีกวิชาหนึ่ง หลังจากนั้นจึงเรียนวิชาครูอีกหนึ่งปี ใน พ.ศ. ๒๔๗๓ ได้เปิดสอนวิชาวิทยาศาสตร์ตามหลักสูตรสามปี โดยจัดสอนวิชาวิทยาศาสตร์ในสองปีแรก และวิชาครูในปีที่ ๓ ทำนองเดียวกันกับอักษรศาสตร์ ผู้สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรจะได้รับประกาศนียบัตรครูมัธยมเช่นกัน

ต่อมาเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๖ ได้มีพระราชกฤษฎีกา แยกคณะอักษรศาสตร์และวิทยาศาสตร์ออกเป็นสองคณะต่างหากจากกัน คณะอักษรศาสตร์แบ่งออกเป็นแผนกอักษรศาสตร์ และแผนกฝึกหัดครู คณะวิทยาศาสตร์แบ่งออกเป็นแผนกวิทยาศาสตร์ และแผนกฝึกหัดครู แต่ในปีเดียวกันนั้นเอง คณะอักษรศาสตร์และคณะวิทยาศาสตร์ ได้กลับยุบรวมกันเป็นคณะเดียวอีก โดยแบ่งงานออกเป็น ๙ แผนกคือ แผนกสารบรรณและหอสมุดของคณะ แผนกเคมี แผนกฟิสิกส์ แผนกชีววิทยา แผนกคณิตศาสตร์ แผนกภาษาไทยและโบราณตะวันออก แผนกภาษาปัจจุบัน แผนกภูมิศาสตร์และประวัติศาสตร์ แผนกฝึกครู

ในด้านการสอนมีการปรับปรุงหลักสูตรให้สอนถึงขั้นปริญญาบัณฑิตเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๗  อักษรศาสตรบัณฑิตรุ่นแรกที่สำเร็จการศึกษาเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๘ มีจำนวน ๓๓ คน ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๘๕ ได้เปิดสอนในขั้นปริญญามหาบัณฑิต มีผู้สำเร็จการศึกษาได้รับปริญญาอักษรศาสตรมหาบัณฑิตเป็นรุ่นแรกใน พ.ศ. ๒๔๘๗ จำนวน ๒ คน

อักษรศาสตรบัณฑิตรุ่นแรก

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงวางศิลาฤกษ์ ตึกบัญชาการโรงเรียน ข้าราชการพลเรือนฯ (ปัจจุบันอาคารมหาจุฬาลงกรณ์) เมื่อวันที่ ๓ มกราคม ๒๔๕๘ และทรงสถาปนาโรงเรียนข้าราชการพลเรือนขึ้นเป็นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๔๕๙  อีก ๑ ปีต่อมา คือในเดือนตุลาคม ๒๔๖๐ พระเจ้าน้องยาเธอกรมหมื่นชัยนาทนเรนทร ซึ่งเป็นอธิการบดีกรมมหาวิทยาลัย ในกระทรวงธรรมการพระองค์แรก ได้ทรงตั้งคณะอักษรศาสตร์และวิทยาศาสตร์ขึ้น ซึ่งเป็นหนึ่งในสี่คณะที่ได้มีการจัดตั้งขึ้น อีกสามคณะได้แก่ คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ และคณะรัฐศาสตร์

การสอนในระยะแรกของคณะอักษรศาสตร์และวิทยาศาสตร์มุ่งสอนวิชาเตรียมแพทย์เป็นส่วนใหญ่ วิชาที่จัดสอนมี เคมี ฟิสิกส์ ชีววิทยา ภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส และประวัติศาสตร์ ต่อมาใน พ.ศ. ๒๔๗๑ จึงได้เปิดสอนวิชาอักษรศาสตร์ตามหลักสูตรสามปี ผู้สำเร็จตามหลักสูตรนี้จะได้รับประกาศนียบัตรครูมัธยม ในสองปีแรกวิชาที่สอนเป็นวิชาอักษรศาสตร์โดยเฉพาะ มีวิชาภาษาไทย ภาษาบาลี ภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ธรรมวิภาค และคณิตศาสตร์ และในภายหลังได้เพิ่มภาษาเยอรมันขึ้นอีกวิชาหนึ่ง หลังจากนั้นจึงเรียนวิชาครูอีกหนึ่งปี ใน พ.ศ. ๒๔๗๓ ได้เปิดสอนวิชาวิทยาศาสตร์ตามหลักสูตรสามปี โดยจัดสอนวิชาวิทยาศาสตร์ในสองปีแรก และวิชาครูในปีที่ ๓ ทำนองเดียวกันกับอักษรศาสตร์ ผู้สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรจะได้รับประกาศนียบัตรครูมัธยมเช่นกัน

ต่อมาเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๖ ได้มีพระราชกฤษฎีกา แยกคณะอักษรศาสตร์และวิทยาศาสตร์ออกเป็นสองคณะต่างหากจากกัน คณะอักษรศาสตร์แบ่งออกเป็นแผนกอักษรศาสตร์ และแผนกฝึกหัดครู คณะวิทยาศาสตร์แบ่งออกเป็นแผนกวิทยาศาสตร์ และแผนกฝึกหัดครู แต่ในปีเดียวกันนั้นเอง คณะอักษรศาสตร์และคณะวิทยาศาสตร์ ได้กลับยุบรวมกันเป็นคณะเดียวอีก โดยแบ่งงานออกเป็น ๙ แผนกคือ แผนกสารบรรณและหอสมุดของคณะ แผนกเคมี แผนกฟิสิกส์ แผนกชีววิทยา แผนกคณิตศาสตร์ แผนกภาษาไทยและโบราณตะวันออก แผนกภาษาปัจจุบัน แผนกภูมิศาสตร์และประวัติศาสตร์ แผนกฝึกครู

ในด้านการสอนมีการปรับปรุงหลักสูตรให้สอนถึงขั้นปริญญาบัณฑิตเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๗  อักษรศาสตรบัณฑิตรุ่นแรกที่สำเร็จการศึกษาเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๘ มีจำนวน ๓๓ คน ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๘๕ ได้เปิดสอนในขั้นปริญญามหาบัณฑิต มีผู้สำเร็จการศึกษาได้รับปริญญาอักษรศาสตรมหาบัณฑิตเป็นรุ่นแรกใน พ.ศ. ๒๔๘๗ จำนวน ๒ คน

เมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๓ คณะอักษรศาสตร์ได้แยกการบริหารงานออกเป็นอิสระจากคณะวิทยาศาสตร์ และมีคณบดีและเจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรการของแต่ละคณะต่างหากจากกัน   ใน พ.ศ. ๒๔๙๘ ได้จัดตั้งแผนกวิชาบรรณารักษศาสตร์เพิ่มขึ้นอีกแผนกวิชาหนึ่งในคณะอักษรศาสตร์และครุศาสตร์

พ.ศ. ๒๕๐๐ แผนกวิชาครุศาสตร์ ได้รับการยกฐานะเป็นคณะครุศาสตร์ แยกตัวออกไปจากคณะอักษรศาสตร์

พ.ศ. ๒๕๐๔ มีการจัดแบ่งแผนกวิชาในคณะอักษรศาสตร์เสียใหม่ ประกอบด้วย ๖ แผนกวิชา คือ แผนกวิชาภาษาไทย แผนกวิชาภาษาตะวันออก แผนกวิชาภาษาอังกฤษ แผนกวิชาภาษาตะวันตก แผนกวิชาภูมิศาสตร์และประวัติศาสตร์ แผนกวิชาบรรณารักษศาสตร์ และได้มีการจัดตั้งแผนกวิชาปรัชญาขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๔ รวมทั้งมีการจัดตั้งแผนกวิชาศิลปการละครขึ้นใน พ.ศ. ๒๕๑๕  ในปีเดียวกันนี้เองได้มีการแยกแผนกวิชาภูมิศาสตร์ออกเป็นอีกแผนกหนึ่งต่างหากด้วย

ในปัจจุบันคณะอักษรศาสตร์มี ๑๑ ภาควิชา (ปัจจุบันเรียก “ภาควิชา” แทน “แผนกวิชา”) ได้แก่ ภาควิชาภาษาไทย ภาควิชาภาษาอังกฤษ ภาควิชาประวัติศาสตร์ ภาควิชาภูมิศาสตร์ ภาควิชาบรรณารักษศาสตร์ ภาควิชาปรัชญา ภาควิชาศิลปการละคร ภาควิชาภาษาตะวันออก ภาควิชาภาษาตะวันตก ภาควิชาภาษาศาสตร์ และภาควิชาวรรณคดีเปรียบเทียบ

รวมภาพแห่งความหลัง